Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 648

เล่ม มมร. 69 หน้า 648 ข้อ 658
พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงถึงสังขารส่วนปัจจุบัน ในการสูญ เพราะความแปรปรวนแล้ว จึงทรงแสดงปัจจุบันธรรมก่อนว่า ความแปรปรวน ของสังขารส่วนปัจจุบันนั้น ๆ สามารถกล่าวได้ง่าย. ในบทเหล่านั้น บทว่า ชาตํ รูปํ รูปเกิดแล้ว คือรูปส่วนปัจจุบัน. พึงทราบความในบทนี้ว่า สภาเวน สุญฺํ สูญไปจากสภาพ ดังต่อไปนี้. ความเป็นเองชื่อว่าสภาพ อธิบายว่า เกิดเอง หรือความเป็นของตน ชื่อว่า สภาพ อธิบายว่า ความเกิดของตนเอง. ชื่อว่า สูญจากสภาพ เพราะความเป็นเอง เว้นปัจจัย เพราะความเป็นไปเนื่องด้วยปัจจัย หรือความเป็นของตนไม่มีใน สภาพนี้ ท่านอธิบายว่า สูญจากความเป็นเอง หรือจากความเป็นตน. อีก อย่างหนึ่ง ความเป็นของตนชื่อว่าสภาพ เพราะว่าธรรมหนึ่ง ๆ ในรูปธรรม และอรูปธรรมไม่น้อย มีปฐวีธาตุเป็นต้น ชื่อว่าตนประสงค์ผู้อื่นด้วย. อนึ่ง บทว่า ภาโว นี้ เป็นคำกล่าวโดยธรรมปริยาย. อนึ่ง ธรรมคือความเป็นอื่น ไม่มีแก่ธรรมหนึ่ง เพราะฉะนั้น ชื่อว่าสูญจากความเป็นอื่นของตน ด้วย เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวความที่ธรรมนั้นเป็นสภาพอย่างเดียวกัน. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า สภาเวน สุญฺํ สูญไปจากสภาพ คือสูญ ไปจากสภาพอันเป็นความสูญ. ท่านอธิบายไว้อย่างไร ท่านอธิบายไว้ว่า สูญ เพราะความเป็นสภาพ สูญ สูญ มิใช่สูญเพราะความเป็นสภาพสูญโดยปริยาย อย่างอื่น. หากอาจารย์บางพวกพึงกล่าวว่า ความเป็นตนชื่อว่าสภาพ สูญจาก สภาพนั้น อธิบายไว้อย่างไร. ธรรมชื่อว่า ภาวะ ภาวะนั้นเติมบท ส เข้าไป ประสงค์เอาผู้อื่น รูปเป็นสภาวะ. เพราะธรรมไม่มีแก่ใคร ๆ ท่านจึงกล่าวความ ไม่มีแห่งรูปว่า รูปเกิดแล้วสูญไปจากสภาพ ดังนี้. เมื่อเป็นอย่างนั้น ย่อมผิด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka