พึงทราบวินิจฉัยในลักษณะทั้งหลายดังต่อไปนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พาลลักษณะ พาลนิมิต พาลปทาน (เรื่องราว
ของคนพาล) ของคนพาลมี ๓ อย่าง. ๓ อย่างเป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
คนพาลในโลกนี้มีความคิดชั่ว พูดชั่วและทำกรรมชั่ว. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
๓ อย่างเหล่านี้แลเป็นพาลลักษณะ พาลนิมิต พาลปทานของตนพาล.
พาลลักษณะ ๓ อย่าง ของคนพาล บัณฑิตทั้งหลายเรียกว่า พาล
เพราะลักษณะของตน.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตลักษณะ
บัณฑิตนิมิต บัณฑิตปทาน (เรื่องราวของบัณฑิต) ของบัณฑิตมี ๓ อย่าง
เหล่านี้. ๓ อย่างเป็นไฉน. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตในโลกนี้คิดดี พูดดี
และทำกรรมดี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๓ อย่างเหล่านี้แลเป็นบัณฑิตลักษณะ
บัณฑิตนิมิต และบัณฑิตปทานของบัณฑิต. บัณฑิตลักษณะ ๓ อย่าง
ของบัณฑิต บัณฑิตทั้งหลาย เรียกว่า บัณฑิต เพราะลักษณะของตน.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังขตลักษณะ
ของสังขตธรรม ๓ เหล่านี้. ๓ อย่างเป็นไฉน. ความเกิดปรากฏ ๑ ความเสื่อม
ปรากฏ ๑ เมื่อตั้งอยู่ความแปรไปปรากฏ ๑. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ๓ อย่าง
เหล่านี้แหละเป็นสังขตลักษณะของสังขตธรรม.
ด้วยบทนี้ท่านแสดงถึงความไม่มีลักษณะ ๒ ที่เหลือในขณะเกิด
ลักษณะ ๒ ที่เหลือในขณะตั้งอยู่ ลักษณะ ๒ ที่เหลือในขณะดับ. อนึ่ง ใน
บทนี้ท่านกล่าวถึงลักษณะมีความเกิดเป็นต้นแห่งชาติ และชรามรณะโดยไป-
ยาลมุข (ละข้อความ). ลักษณะนั้นละชาติชราและมรณะเสีย เพราะความสูญ
จากความแปรปรวนจึงพลาดไปด้วยคำแห่งนัยอันมีภพเป็นที่สุดและด้วยลัทธิที่