Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 652

เล่ม มมร. 69 หน้า 652 ข้อ 658
ไม่พูดถึงความเกิดเป็นต้นแห่งความเกิดเป็นต้น แต่เพราะตกไปในกระแสแห่ง ลักษณะพึงทราบว่าท่านเขียนทำให้ตกไปในกระแส. อนึ่ง ท่านกล่าวว่าใน อภิธรรมมิได้ยกขึ้นว่า องค์แห่งฌานแม้ได้ในสังคหวารแห่งมโนธาตุและมโน- วิญญาณธาตุอันเป็นอเหตุกวิบาก ก็ตกไปในกระแสแห่งวิญญาณ ๕ ฉันใด แม้ในที่นี้ก็พึงทราบความที่ลักษณะตกไปในกระแสฉันนั้น. อีกอย่างหนึ่ง ความเกิดเป็นต้นแห่งสังขารทั้งหลายอันมีชาติ ชรา และมรณะ พึงทราบว่าท่านกล่าวทำสังขารเหล่านั้นดุจในบทว่า เห็นชาติชรา และมรณะโดยความเป็นสภาพไม่เที่ยง. บทว่า เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺโท วิกฺขมฺภิโต เจว สุญฺโ จ กามฉันทะอันเนกขัมมะข่มแล้วและสูญไป คือ กามฉันทะอันเนกขัมมะข่มแล้ว และสูญไปเพราะเนกขัมมะ กล่าวคืออันเนกขัมมะนั้นแหละข่ม เพราะไม่มี เนกขัมมะในกามฉันทะนั้น. แม้ในบทที่เหลือก็พึงทำการประกอบอย่างนั้น. อนึ่ง แม้ในตทังคปหานะและสมุจเฉทปหานะท่านก็กล่าวถึงการข่มด้วยอรรถว่า ทำให้ไกลด้วยบทนี้ว่า ละด้วยตทังคะและสมุจเฉทะเป็นอันทำให้ไกลแล้วนั่นเอง. บทว่า เนกฺขมฺเมน กามฉนฺโท ตทงฺคสุญฺโ กามฉันทะเป็น ตทังคสูญ (สูญเพราะองค์นั้น ๆ) เพราะเนกขัมมะ คือ กามฉันทะละได้ด้วย เนกขัมมะ. สูญไปด้วยองค์ คือ เนกขัมมะนั้น. อีกอย่างหนึ่ง กามฉันทะ อย่างใดอย่างหนึ่งสูญไปด้วยองค์นั้นอันเป็นเนกขัมมะ เพราะไม่มีเนกขัมมะใน กามฉันทะนั้น. แม้ในบทที่เหลือก็พึงทราบการประกอบอย่างนั้น. อนึ่ง ใน บทนี้ท่านชี้แจงความสูญเพราะองค์นั้น ๆ ด้วยอุปจารฌานและอัปปนาฌานและ ด้วยวิปัสสนาเพียงความไม่มีองค์นั้น ๆ ในกามฉันทะนั้น ๆ แต่ท่านชี้แจง วิปัสสนาทำวิวัฏฏานุปัสสนา (การเห็นนิพพาน) ให้เป็นที่สุด เพราะไม่มีคำ แสดงถึงการละ ท่านมิได้ชี้แจงถึงมรรค ๔.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka