Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 654

เล่ม มมร. 69 หน้า 654 ข้อ 658
พูดถึง. ใน ปริคฺคห (ความกำหนด) เป็นต้นพึงทราบความดังต่อไปนี้. ท่านกล่าวว่า ชื่อว่า ปริคฺคห เพราะวิญญูชนแสวงหาเนกขัมมะเป็นต้นในส่วน เบื้องต้น กำหนดเอาในส่วนเบื้องปลาย ชื่อว่า ปฏิลาภ (ความได้) เพราะ วิญญูชนกำหนดเนกขัมมะย่อมได้ด้วยการบรรลุ และชื่อว่า ปฏิเวธ (การ แทงตลอด) เพราะวิญญูชนได้เนกขัมมะแล้วย่อมแทงตลอดด้วยญาณ. พระอานนทเถระถามถึงความเป็นอย่างเดียวสูญและความเป็นต่าง ๆ สูญ คราวเดียวกันแล้วแก้ความเป็นอย่างเดียวสูญ ไม่แก้ความเป็นต่าง ๆ สูญ แล้วทำการสรุปคราวเดียวกัน. หากถามว่า เพราะเหตุไรจึงไม่แก้. ตอบว่า พึงทราบว่า ไม่แก้ เพราะท่านเพ่งถึงการประกอบในบทนี้โดยปริยายดังกล่าว แล้ว. อนึ่ง ในบทนี้พึงทราบการประกอบดังนี้ เนกขัมมะเป็นอย่างเดียว กามฉันทะเป็นความต่าง กามฉันทะเป็นความต่าง สูญไปจากความเป็น อย่างเดียว คือ เนกขัมมะ. แม้ในบทที่เหลือพึงทราบการประกอบอย่างนี้. ในบทมีอาทิว่า ขนฺติ พึงทราบความดังต่อไปนี้. เนกขัมมะเป็นต้น ท่านกล่าวว่า ขันติ เพราะอดทนชอบใจ กล่าวว่า อธิฏฐาน เพราะเข้าไป ตั้งไว้ซึ่งความชอบใจ และกล่าวว่า ปริโยคาหนะ (ความมั่นคง) เพราะ เมื่อเข้าไปตั้งแล้วเสพตามความชอบใจ. ปรมัตถสุญญนิเทศมีอาทิว่า สมฺปชาโน (รู้ตัว) ท่านพรรณนาไว้แล้วในปรินิพพานญาณนิเทศนั่นแหละ. อนึ่ง ในสุญญะทั้งหมดเหล่านี้ สังขารสุญญะ (สังขารสูญ) วิปริณาม- สุญญะ (ความแปรปรวนสูญ) และลักขณสุญญะ (ลักษณสูญ) ท่านกล่าว เพื่อให้เห็นความไม่ปนกันและกันของธรรมทั้งหลายตามที่ได้กล่าวไว้แล้ว. อนึ่ง ท่านกล่าวถึงความสูญไปจากธรรมฝ่ายกุศลแห่งธรรมฝ่ายอกุศล ในฐานะใด เพื่อให้เห็นโทษในอกุศลด้วยฐานะนั้น. ท่านกล่าวถึงความสูญไป จากธรรมฝ่ายอกุศลแห่งธรรมฝ่ายกุศลด้วยฐานะใด เพื่อให้เห็นอานิสงส์ในกุศล ด้วยฐานะนั้น. ท่านกล่าวถึงความสูญไปจากตนและสิ่งที่เนื่องด้วยตนในฐานะใด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka