Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 684

เล่ม มมร. 69 หน้า 684 ข้อ 678
ย่อมเป็นไปเพื่อความเจริญแห่งปัญญา ด้วยอำนาจแห่งปัญญา ๘ ตามที่กล่าวแล้ว และด้วยอำนาจแห่งปัญญาของพระอรหันต์ ย่อมเป็นไปเพื่อความไพบูลย์แห่ง ปัญญาก็เหมือนกัน. ในบทมีอาทิว่า มหนฺเต อตฺเถ ปริคฺคณฺหาติ ย่อมกำหนดอรรถ ใหญ่มีความดังต่อไปนี้. พระอริยสาวกผู้บรรลุปฏิสัมภิทาย่อมกำหนดอรรถ เป็นต้นด้วยทำให้เป็นอารมณ์. มหาปัญญาแม้ทั้งหมดก็เป็นของพระอริยสาวก ทั้งหลายนั่นแหละ. อนึ่ง มหาปัญญาเป็นวิสัยแห่งปัญญานั้น มีความดังได้กล่าว แล้วในหนหลังนั่นแหละ. นานาศัพท์ในบทมีอาทิว่า ปุถุนานาขนฺเธสุ ในขันธ์ต่าง ๆ มาก เป็นคำกล่าวถึงอรรถแห่งปุถุศัพท์. บทว่า าณํ ปวตฺตีติ ปุถุปญฺา ชื่อว่า ปุถุปัญญา เพราะญาณเป็นไป ความว่า ญาณนั้นชื่อว่า ปุถุปัญญา เพราะญาณเป็นไปในขันธ์เป็นต้นตามที่กล่าวแล้วนั่น. บทว่า นานาปฏิจฺจ- สมุปฺปาเทสุ ในปฏิจจสมุปบาทต่าง ๆ ท่านกล่าวเพราะเป็นปัจจัยมากด้วย อำนาจแห่งธรรมอาศัยกันเกิดขึ้น. บทว่า นานาสุญฺตมนุลพฺเภสุ ในความ ได้เนือง ๆ ซึ่งความสูญต่าง ๆ คือ การเข้าไปได้ชื่อว่า อุปลัพภะ อธิบายว่า การถือเอา การไม่เข้าไปได้ชื่อว่า อนุปลัพภะ เพราะการไม่เข้าไปได้ คำมาก ชื่อว่า อนุปลัพภา เป็นพหุวจนะ. อีกอย่างหนึ่ง การไม่เข้าไปได้ซึ่งตน และสิ่งที่เนื่องด้วยตนในความสูญต่าง ๆ ด้วยสุญญตา ๒๕ ชื่อว่า นานา- สุญญตานุปลัพภา. ในนานาสุญญตานุปลัพภานั้น. เมื่อควรจะกล่าวว่า นานาสุญฺตมนุปลพฺเภสุ ท่านกล่าว ม อักษรด้วยบทสนธิดุจในบทว่า อทุกฺขมสุขา ไม่ทุกข์ไม่สุข. ปัญญา ๕ อย่างเหล่านี้ทั่วไป ด้วยกัลยาณปุถุชน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka