เพราะอรรถว่า กำจัดทำลายกิเลสทั้งหลาย ดุจสายฟ้าทำลายสิ่งที่ก่อด้วยหิน
ฉะนั้น. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า เมธา เพราะอรรถว่า ถือเอาทรงไว้เร็วพลัน.
บทว่า ปริณายกา ปัญญาเป็นปริณายก. ชื่อว่า ปริณายิกา เพราะอรรถว่า
ปัญญาย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ย่อมนำสัตว์นั้นไปในธรรมอันสัมปยุต ในการ
ปฏิบัติประโยชน์และในปฏิเวธอันมีลักษณะแน่นอน ด้วยบทเหล่านั้นเป็นอัน
ท่านกล่าวถึงคำอันเป็นปริยายแห่งปัญญาแม้อย่างอื่นด้วย.
บทว่า ปญฺาพาหุลฺลํ ความเป็นผู้มีปัญญามาก ชื่อว่า ปญฺา-
พหุโล เพราะมีปัญญามาก ความเป็นแห่งบุคคลผู้มีปัญญามากนั้น ชื่อว่า
ปัญญาพาหุลละ ปัญญานั่นแหละเป็นไปมาก.
ในบทมีอาทิว่า อิเธกจฺโจ บุคคลบางคนในโลกนี้ ได้แก่กัลยาณ-
ปุถุชน หรืออริยบุคคล. ชื่อว่า ปญฺาครุโก เพราะเป็นผู้มีปัญญาหนัก.
ชื่อว่า ปญฺาจริโต เพราะเป็นผู้มีปัญญาเป็นจริต. ชื่อว่า ปญฺาสโย
เพราะมีปัญญาเป็นที่อาศัย. ชื่อว่า ปญฺญาธิมุตฺโต เพราะน้อมใจเชื่อด้วย
ปัญญา. ชื่อว่า ปญฺาธโช เพราะมีปัญญาเป็นธงชัย. ชื่อว่า ปญฺาเกตุ
เพราะมีปัญญาเป็นยอด. ชื่อว่า ปญฺาธิปติ เพราะมีปัญญาเป็นใหญ่. ชื่อว่า
ปญฺาธิปเตยฺโย เพราะมาจากความเป็นผู้มีปัญญาเป็นใหญ่. ชื่อว่า วิจย-
พหุโล เพราะมีการเลือกเฟ้นสภาวธรรมมาก. ชื่อว่า ปวิจยพหุโล เพราะ
มีการค้นคว้าสภาวธรรมโดยประการต่าง ๆ มาก. การหยั่งลงด้วยปัญญาแล้ว
ปรากฏธรรมนั้น ๆ คือให้แจ่มแจ้ง ชื่อว่า โอกขายนะ ชื่อว่า โอกฺขายน-
พหุโล เพราะมีการพิจารณามาก. การเพ่งพิจารณาธรรมนั้น ๆ ด้วยปัญญา
โดยชอบ ชื่อว่า สมฺเปกฺขา. การดำเนินไป การเป็นไปด้วยการเพ่งพิจารณา
โดยชอบ ชื่อว่า สมฺเปกฺขายนํ. ชื่อว่า สมฺเปกฺขายนธมฺโม เพราะมีการ