คือ ปฏิเสธโทมนัสทั้งหมด. บทว่า อุเปกฺขโก วิหรติ เป็นผู้วางเฉยอยู่
คือ เป็นผู้วางเฉยอยู่ด้วยอุเบกขา คือ วางตนเป็นกลางในอารมณ์นั้น อันได้
ชื่อว่า อุเบกขามีองค์ ๖ เพราะเป็นไปในทวาร ๖ อันเป็นอาการแห่งการไม่ละ
ความบริสุทธิ์เป็นปกติ ในคลองแห่งอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์. แม้ในบท
มีอาทิว่า โสเตน สทฺทํ สุตฺวา ฟังเสียงด้วยหูก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
พึงทราบวินิจฉัยในกัมมวิปากชิทธินิเทศดังต่อไปนี้. บทว่า สพฺเพสํ
ปกฺขีนํ แห่งนกทั้งปวง คือ การไปทางอากาศเว้นฌาน และอภิญญา ของนก
ทั้งหลายทุกชนิด การไปทางอากาศของเทวดาทั้งปวง และการเห็นเป็นต้น
ก็อย่างนั้น. บทว่า เอกจฺจานํ มนุสฺสานํ แห่งมนุษย์บางพวก คือ แห่ง
มนุษย์ผู้อยู่ครั้งปฐมกัป. บทว่า เอกจฺจานํ วินิปาติกานํ แห่งวินิบาต
บางพวก คือ ฤทธิ์เกิดแต่ผลกรรมมีการไปทางอากาศเป็นต้นของวินิปาติกเปรต
พวกอื่น เพราะตกไปจากกายอันเป็นความสุขมีอาทิอย่างนี้ คือ ปิยังกรมารดา
ปุนัพพสุกมารดา ผุสสมิตตา ธัมมคุตตา.
พึงทราบวินิจฉัยในอิทธินิเทศของผู้มีบุญดังต่อไปนี้. บทว่า ราชา
ชื่อว่า ราชา เพราะยังคนอื่นให้ยินดีโดยธรรม ชื่อว่า จกฺกวตฺตี เพราะยัง
รัตนจักรให้เป็นไป. บทว่า เวหาสํ คจฺฉนติ เหาะไปยังอากาศ เป็นทุติยาวิภัตติ
ลงในอรรถแห่งอัจจันตสังโยค บทว่า จตุรงฺคินิยา ด้วยจตุรงคินีเสนา ได้แก่
เสนามีองค์ ๔ คือ ช้าง ม้า รถและพลเดินเท้า. บทว่า เสนา คือ รวมองค์ ๔
เหล่านั้น. บทว่า อนฺตมโส โดยที่สุด คนดูแลม้า ชื่อว่า อสฺสพนฺธา
คนดูแลโค ชื่อว่า โคปุริสา. บทว่า อุปาทาย หมายถึง คือ ไม่ปล่อย
อธิบายว่า การเหาะไปยิ่งอากาศของชนเหล่านั้นอย่างนี้เป็นฤทธิ์ของผู้มีบุญ.