Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 69 หน้าที่ 798

เล่ม มมร. 69 หน้า 798 ข้อ 722
แม้ภิกษุนั้นทายใจเป็นอันมาก คือ กล่าวแม้มากว่าจิตนี้ จิตนี้อื่นจากจิตได้มีแล้ว ย่อมมี จักมี. บทว่า ตเถว ตํ โหติ โน อญฺถา การทายใจนั้นก็เป็นอย่าง นั้น ไม่เป็นอย่างอื่น คือการทายใจก็เป็นเหมือนที่กล่าวทั้งหมด ไม่เป็นอย่างอื่น บทว่า น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ ภิกษุไม่ทายใจตามนิมิตเลยคือแม้รู้ นิมิตอยู่ก็ไม่กล่าวตามนิมิตอย่างเดียว. บทว่า อปิจ เป็นบทแสดงปริยายอื่น อีก. บทว่า มนุสฺสานํ คือแห่งมนุษย์ผู้ยังจิตให้เกิด. บทว่า อมนุสฺสานํ คือยักษ์ปีศาจเป็นต้นที่ได้ฟังแล้วหรือยังไม่ได้ฟัง. บทว่า เทวตานํ คือเทวดา ชั้นจาตุมมหาราชิกาเป็นต้น. บทว่า สทฺทํ สุตฺวา ฟังเสียงแล้วคือฟังเสียง ของผู้รู้จิตของคนอื่นแล้วกล่าว. บทว่า ปน เป็นนิบาต ลงในความริเริ่มอีก. บทว่า วิตกฺกยโต ของผู้วิตกคือของผู้ตรึกด้วยวิตกตามธรรมดา. บทว่า วิจารยโต ของผู้ครองด้วยวิจารสัมปยุตด้วยวิตกนั่นเอง. บทว่า วิตกฺก- วิจารสทฺทํ สุตฺวา ฟังเสียงวิตกวิจารคือฟังเสียงละเมอของคนหลับคน ประมาทบ่นพึมพำอันเกิดขึ้นด้วยกำลังของวิตก ย่อมทายมีอาทิว่าใจของท่าน เป็นดังนี้ด้วยอำนาจแห่งเสียงที่เกิดขึ้นแก่ผู้วิตก. บทว่า อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธึ สมาธิอันไม่มีวิตกไม่มีวิจารท่าน กล่าวแสดงความสามารถในการรู้จิตอันสงบปราศจากวิตกวิจารและความกำเริบ แต่ไม่ต้องกล่าวในความรู้จิตที่เหลือ. บทว่า เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาติ กำหนดใจด้วยใจย่อมรู้ เป็นการได้เจโตปริยญาณ. บทว่า โภโต คือผู้เจริญ. บทว่า มโนสงฺขารา ปณิหิตา ตั้งมโนสังขารไว้ คือ ตั้งจิตสังขารไว้. บทว่า อมุนฺนาม วิตกฺกํ วิตกฺเกสฺสติ จักตรึกถึงวิตกชื่อโน้น คือย่อม รู้ว่าจักตรึกจักประพฤติวิตกมีกุศลวิตกเป็นต้น อนึ่ง เมื่อรู้ย่อมรู้ด้วยการเข้าถึง ย่อมรู้โดยส่วนเบื้องต้น ตรวจดูจิตในภายในสมาบัติแล้วรู้ ย่อมรู้ว่าภิกษุนั้นเริ่ม กสิณภาวนายังปฐมฌานทุติยฌานเป็นต้นหรือยังสมาบัติ ๘ ให้เกิดด้วยอาการใด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka