พระขีณาสพสี่แสนได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก ห้อมล้อม
พระทีปังกรผู้ทรงรู้แจ้งโลกอยู่ทุกเมื่อ.
สมัยนั้น ใคร ๆ ก็ตาม จะละภพมนุษย์ไป เขาเหล่านั้น
มิได้บรรลุพระอรหัต ยังเป็นเสขบุคคล จะต้องถูกเขาตำหนิ
ติเตียน.
พระพุทธศาสนาก็เบิกบานไปด้วยพระอรหันต์ผู้คงที่ เป็น
พระขีณาสพ ปราศจากมลทิน งดงามอยู่ในกาลทุกเมื่อ.
พระศาสดาทีปังกร มีนครนามว่ารัมมวดี มีกษัตริย์นามว่า
สุเทวะเป็นพระชนก มีพระเทวีนามว่าสุเมธาเป็นพระชนนี.
พระองค์ทรงครองเรือนอยู่หมื่นปี มีปราสาทอย่างดีที่สุด
สามหลัง ชื่อว่าหังสา โกญจา และมยุรา.
มีเหล่านารีแต่งตัวสวยงามจำนวนสามแสน มีจอมนารี
นามว่า ปทุมา มีพระโอรสนามว่า อุสภักขันธะ.
พระองค์หรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกบวชด้วยยาน
คือช้าง พระชินเจ้าทรงตั้งปธานความเพียรอยู่ ๑๐ เดือนถ้วน.
พระมุนีทรงบำเพ็ญเพียรทางใจได้ตรัสรู้แล้ว พระมหามุนี
ทีปังกรผู้สงบ อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว.
พระมหาวีระ ทรงประกาศพระธรรมจักร ในตำหนักอัน
ประกอบด้วยสิริในนันทาราม ประทับนั่งที่โคนต้นซึก ได้ทรง
กระทำการย่ำยีพวกเดียรถีย์.
มีพระอัครสาวก คือพระสุมังคละและพระติสสะ พระ-
ศาสดาทีปังกรมีพระอุปัฏฐากนามว่าสาคตะ.