มีพระอัครสาวิกา คือพระนางนันทาและพระนางสุนันทา
ต้นไม้ที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เรียกกันว่าต้น-
ปิปผลิ.
มีอัครอุปัฏฐากนามว่าตปุสสะ และภัลลิกะ นางสิริมา
และนางโกณาเป็นอุปัฏฐากยิกาของพระศาสดาที่ปังกร.
พระมหามุนีทีปังกรมีพระวรกายสูง ๘๐ ศอก ทรงงดงาม
ประดุจต้นไม้ประจำทวีป และดุจต้นพญาไม้สาละมีดอกบาน
สะพรั่ง.
รัศมีของพระองค์วิ่งวนไปรอบ ๆ ๑๒ โยชน์ พระมเหสีเจ้า
พระองค์นั้นมีพระชนมายุได้แสนปี พระองค์ดำรงอยู่เพียงนั้น
ทรงยังชุมชนเป็นอันมากให้ข้ามได้แล้ว.
พระองค์พร้อมทั้งสาวกทรงยังพระสัทธรรมให้สว่างไสว
ยังมหาชนให้ข้ามได้แล้ว ทรงรุ่งโรจน์ดุจกองไฟแล้วนิพพาน
ไป.
พระฤทธิ์ พระยศ และพระจักรรัตนะที่พระบาททั้งสอง
ทั้งหมดนั้นอันตรธานหายไปแล้ว สังขารทั้งปวงเป็นของ
ว่างเปล่าแน่แท้ ดังนี้.
พระชินเจ้าผู้ศาสดา พระนามว่าทีปังกร เสด็จนิพพานที่
นันทาราม ณ ที่นั้นมีพระชินสถูปของพระองค์สูง ๓๖ โยชน์
แล.
ก็ในกาลต่อจากพระผู้มีพระภาคเจ้าทีปังกร ล่วงมาได้หนึ่งอสงไข
พระศาสดาพระนามว่า โกณฑัญญะ เสด็จอุบัติขึ้น. แม้พระศาสดา