Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 98

เล่ม มมร. 70 หน้า 98 ข้อ 1
จัดเป็นปรมัตถบารมี. อนึ่ง อัตภาพที่พระโพธิสัตว์สละราชสมบัติใหญ่ บำเพ็ญความเป็น ผู้มีเนกขัมมบารมี คือในกาลเป็นโสมนัสสกุมาร กาลเป็นหัตถิปาลกุมาร กาลเป็นอโยฆรบัณฑิต จะนับประมาณมิได้. ก็โดยที่แท้ ในจูฬสุตโสม- ชาดก ความเป็นเนกขัมมบารมี ของพระโพธิสัตว์ผู้สละราชสมบัติออก บวช เพราะความเป็นผู้ไม่มีความติดข้องอย่างนี้ว่า เราสละราะสมบัติใหญ่ที่อยู่ในเงื้อมมือ ประดุจก้อนเขฬะ เมื่อละทิ้ง ไม่มีความข้องเลย นี้เป็นเนกขัมมบารมีของเรา ดังนี้. จัดเป็นปรมัตถบารมี. อนึ่ง อัตภาพที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญความเป็นผู้มีปัญญาบารมี คือ ในกาลเป็นวิธุรบัณฑิต กาลเป็นมหาโควินทบัณฑิต กาลเป็นกุททาล- บัณฑิต กาลเป็นอรกบัณฑิต กาลเป็นโพธิปริพาชก กาลเป็นมโหสถ- บัณฑิต จะนับประมาณมิได้. ก็โดยที่แท้ ในสัตตุภัสตชาดก ความเป็น ปัญญาบารมี ของพระโพธิสัตว์ผู้แสดงงูที่อยู่ในกระสอบ ในคราวเป็น เสนกบัณฑิตว่า เราใช้ปัญญาใคร่ครวญอยู่ ได้ช่วยปลดเปลื้องพราหมณ์ ให้พ้นจากทุกข์ ผู้เสมอด้วยปัญญาของเราไม่มี นี้เป็นปัญญา บารมีของเรา ดังนี้. จัดเป็นปรมัตถบารมี. อนึ่ง อัตภาพที่พระโพธิสัตว์บำเพ็ญความเป็นวิริยบารมีเป็นต้น ก็
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka