Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 302

เล่ม มมร. 70 หน้า 302 ข้อ 2
ปราศรัย แต่ไม่ได้เป็นมิตร. บางพวกเป็นทั้งสหายและเป็นทั้งมิตร ด้วย อำนาจการกระทำทั้งสองอย่างนั้น. มิตรนั้นมี ๒ พวก คือ อคาริยมิตร และ อนคาริยมิตร. บรรดามิตร ๒ พวกนั้น อคาริยมิตรมี ๓ คือ มิตรมีอุปการะ ๑ มิตรร่วมสุขและร่วมทุกข์ ๑ มิตรผู้มีความเอ็นดู ๑. อนคาริยมิตร โดย พิเศษเป็นแต่ผู้บอกประโยชน์ให้เท่านั้น. มิตรเหล่านั้นเป็นผู้ประกอบด้วย องค์ ๔ เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า:- ดูก่อนคฤหบดีบุตร พึงทราบมิตรผู้มีหทัยดี มีอุปการะโดย สถาน ๔ คือ ป้องกันเพื่อนผู้ประมาทแล้ว ๑ ป้องกันทรัพย์ สมาบัติของเพื่อนผู้ประมาทแล้ว ๑ เมื่อเพื่อนมีภัย เป็นที่พึ่ง พำนักได้ ๑ เมื่อกิจจำต้องทำเกิดขึ้นแล้ว ย่อมเพิ่มโภคทรัพย์ ให้สองเท่าของจำนวนนั้น ๑ อนึ่ง เหมือนอย่างที่ตรัสว่า :- ดูก่อนคหบดีบุตร พึงทราบมิตรผู้มีหทัยดี เป็นผู้ร่วมสุข และร่วมทุกข์โดยสถาน ๔ คือบอกความลับของตนแก่เพื่อน ปกปิดความลับของเพื่อน ๑ ไม่ละทิ้งในยามวิบัติ ๑ แม้ ชีวิตก็ย่อมสละให้เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนได้ ๑ อนึ่ง เหมือนอย่างที่ตรัสว่า :- ดูก่อนคหบดีบุตร พึงทราบมิตรผู้มีหทัยดี ผู้มีความรักใคร่ โดยสถาน ๔ คือ ไม่ยินดีเพราะความเสื่อมเสียของเพื่อน ๑
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka