Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 406

เล่ม มมร. 70 หน้า 406 ข้อ 3
เราออกจากสมาธิแล้ว มีความเพียร มีปัญญา ถือเอา บริขารดาบสเข้าไปป่า. ในกาลนั้น เราศึกษาชำนาญในลางดีร้าย ในการทำนาย ฝัน และตำราทำนายลักษณะ ทรงบทมนต์อันกำลังเป็นไป. พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า อโนมทัสสี เป็นผู้ประเสริฐ ในโลก เป็นนระผู้องอาจ ทรงใคร่ความวิเวก เป็นพระ- สัมพุทธเจ้า เข้าไปยังเขาหิมวันต์. พระองค์ผู้เลิศ เป็นมุนี ประกอบด้วยพระกรุณา เป็น อุดมบุรุษ เสด็จเข้าป่าหิมพานต์แล้ว ทรงนั่งขัดสมาธิ. เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น มีพระรัศมีสว่างจ้า น่ารื่นรมย์ใจ ดุจดอกบัวเขียว ควรบูชา ทรงรุ่งเรื่องดังกองไฟ. เราได้เห็นพระนายกของโลก ทรงรุ่งโรจน์ดุจต้นไม้ ประดับด้วยประทีป ดุจสายฟ้าในท้องฟ้า ดุจพญารังอันบาน สะพรั่ง. เพราะอาศัยการได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประเสริฐ ผู้ เป็นมหาวีระ ทรงทำที่สุดทุกข์ เป็นมุนีนี้ ย่อมพ้นจากทุกข์ ทั้งปวงได้. ครั้นเราได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นเทวดาล่วงเทวดา แล้ว ได้ตรวจดูลักษณะว่าจะเป็นพระพุทธเจ้าหรือมิใช่. เอาเถอะ เราจะดูพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีพระจักษุ เราได้ เห็นจักรมีกำพันหนึ่งที่พื้นฝ่าพระบาท ครั้นได้เห็นพระลักษณะ ของพระองค์แล้ว จึงถึงความตกลงใจในพระตถาคต.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka