Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 407

เล่ม มมร. 70 หน้า 407 ข้อ 3
ในกาลนั้น เราจับไม้กวาดกวาดที่นั้น แล้วได้นำเอา ดอกไม้ ๘ ดอก มาบูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด. ครั้นบูชาพระพุทธเจ้า ผู้ข้ามโอฆะไม่มีอาสวะนั้นแล้ว ทำ หนังเสือเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง นมัสการพระนายกของโลก. พระสัมพุทธเจ้าผู้ไม่มีอาสวะ ทรงอยู่ด้วยพระญาณใด เราจักประกาศพระญาณนั้น ท่านทั้งหลายจงฟังคำเรากล่าว. ข้าแต่พระสยัมภู ผู้เป็นแดนเกิดขึ้นแห่งพระคุณหาประ- มาณมิได้ ขอพระองค์จงรื้อถอนสัตว์โลกนี้ สัตว์โลกเหล่านั้น อาศัยการได้เห็นพระองค์ ย่อมข้ามกระแสคือความสงสัย เสียได้. พระองค์ทรงเป็นศาสดา เป็นยอด เป็นธงชัย เป็นหลัก เป็นที่อาศัย เป็นที่พึ่งพิง เป็นผู้สูงสุดกว่าสัตว์ เป็นพระพุทธ- เจ้าของสัตว์ทั้งหลาย. น้ำในมหาสมุทรอาจประมาณได้ด้วยมาตราตวง แต่ ใคร ๆ ไม่อาจประมาณพระสัพพัญญุตญาณของพระองค์ได้ เลย. เอาดินมาชั่งดูแล้ว อาจประมาณแผ่นดินได้ แต่ใคร ๆ ไม่อาจประมาณพระสัพพัญญุตญาณของพระองค์ได้เลย. อาจวัดอากาศได้ด้วยเชือกหรือนิ้วมือ แต่ใคร ๆ ไม่อาจ ประมาณพระสัพพัณญุตญาณของพระองค์ได้เลย. พึงอาจประมาณน้ำในมหาสมุทร และแผ่นดินทั้งหมดได้ แต่จะถือเอาพระพุทธญาณมาประมาณนั้นไม่ควร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka