ท่านเหล่านั้นเป็นผู้มาแล้วอย่างนั้น ณ ที่นั้น คือ ณ ที่ใกล้พระผู้มี
พระภาคเจ้า. ทั้งที่ยังอยู่ในกลางหาว คือในอากาศ ได้กระทำประทักษิณ
พระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว. เชื่อมความว่า ท่านเหล่านั้นทั้งหมดประคอง
อัญชลีนมัสการอยู่ จากอากาศลงมาในสำนักของพระพุทธเจ้า.
พระดาบส เมื่อจะประกาศเหตุอันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งการให้การ
พยากรณ์อีก จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สิตํ ปาตุกริ ดังนี้. คำทั้งหมดนั้นมี
เนื้อความง่ายทั้งนั้น.
บทว่า โย มํ ปุปฺเผน ความว่า ดาบสใดยังจิตให้เลื่อมใสในเรา
แล้วบูชาเราด้วยดอกไม้มิใช่น้อย และสรรเสริญคือชมเชยญาณของเรา
เนือง ๆ คือบ่อย ๆ. บทว่า ตมหํ ความว่า เราจักประกาศ คือจัก
กระทำดาบสนั้นให้ปรากฏ. ท่านทั้งหลายจงฟัง คือจงกระทำอารมณ์
ในการที่จะฟัง คือจงใส่ใจคำเรากล่าว.
พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงประทานการพยากรณ์ จึงตรัสว่า
ปจฺฉิเม ภวสมฺปตฺเต ดังนี้. ในคำนั้น มีอธิบายว่า เมื่อภพอันมีใน
สุดท้าย คือเป็นที่สุดถึงพร้อมแล้ว ดาบสนี้จักถึงความเป็นมนุษย์ คือชาติ
กำเนิดมนุษย์ ได้แก่ จักเกิดขึ้นในมนุษยโลก. นางพราหมณีชื่อว่าสารี
เพราะเป็นผู้มีสาระด้วยสาระทั้งหลาย มีสาระคือรูปทรัพย์ตระกูลโภคทรัพย์
และสาระคือบุญเป็นต้น จักตั้งครรภ์.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มมูลพยากรณ์ว่า อปริเมยฺเย อิโต กปฺเป
ดังนี้. ในมูลพยากรณ์นี้ พึงเห็นว่า พระอัครสาวกทั้งสอง บำเพ็ญ
บารมีหนึ่งอสงไขยแสนกัปก็จริง แม้ถึงอย่างนั้น เพื่อความสะดวกในการ
ประพันธ์คาถา ท่านจึงถือเอาอันตรกัปแล้วกล่าวไว้อย่างนั้น.