พระราชาทรงดำริว่า พราหมณ์รู้สิ่งที่ควร เราไม่รู้จึงทรงเลื่อมใส
ได้ทรงกระทำสิ่งที่เป็นอุปการะแก่หมู่คนทั้งหมดนั้น ให้เป็น ๘ หมวด
หมวดละ ๘ สิ่ง ทรงให้ทานชื่อว่าสัพพัตถกะ (สารพัดประโยชน์ ) แล้ว
ทรงตั้งพราหมณ์ไว้ในตำแหน่งปุโรหิต. ฝ่ายพราหมณ์นั้นเข้าไปตั้ง
สลากภัต ๖๔ ที่ คือชื่อว่าหมวดละแปด ๘ ที่ เป็น ๖๔ ที่ แล้วให้ทาน
รักษาศีลตลอดชีวิต จุติจากอัตภาพนั้นแล้วบังเกิดในสวรรค์.
จุติจากสวรรค์นั้นอีก ในกัปนี้บังเกิดในตระกูลกุฎุมพีในนคร
พาราณสี ระหว่างพระพุทธเจ้า ๒ พระองค์ คือพระผู้มีพระภาคเจ้าพระ-
นามว่าโกนาคมนะและพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปะ. เขาอาศัย
ความเจริญอยู่ครองเรือน วันหนึ่ง เสด็จเที่ยวพักผ่อนอยู่ในป่า. ก็สมัยนั้น
พระปัจเจกพุทธเจ้ากระทำจีวรกรรมอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำ เมื่อผ้าอนุวาตไม่เพียงพอ
จึงเริ่มพับเก็บไว้. เขาเห็นดังนั้นจึงกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ เพราะเหตุไร
ท่านจึงพับเก็บไว้. พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวว่า ผ้าอนุวาตไม่เพียงพอ.
เขาจึงกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงทำด้วยผ้านี้ แล้วถวายผ้าห่ม ได้
กระทำความปรารถนาว่า ความเสื่อมไร ๆ จงอย่าใดมีแก่ข้าพเจ้าในที่ที่
เกิดแล้ว ๆ.
เมื่อภรรยากับน้องสาวก่อการทะเลาะกัน พระปัจเจกพุทธเจ้าเข้าไป
บิณฑบาตแม้ในเรือนของเขา. ครั้งนั้น น้องสาวของเขาได้ถวายบิณฑบาต
แก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แล้วหมายเอาภรรยาของเขาตั้งความปรารถนาว่า
เราพึงเว้นหญิงพาลเห็นปานนี้ ๑๐๐ โยชน์. นางยืนอยู่ที่ลานบ้านได้ยิน
เข้าจึงคิดว่า พระปัจเจกพุทธเจ้านี้จงอย่าได้บริโภคภัตที่หญิงนี้ถวาย จึง
รับบาตรเทภัตทิ้งเสีย แล้วได้บรรจุให้เต็มด้วยเปือกตมถวาย. น้องสาว