Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 525

เล่ม มมร. 70 หน้า 525 ข้อ 5
ไหว้มารดาแล้วกล่าวว่า ฉันไปละแม่. มารดากล่าวว่า ไปเถอะพ่อ. ก็ กุมารนั้นออกไปตามกำหนดของบุญ ไปถึงนครพาราณสี แล้วนอน คลุมโปงอยู่บนแผ่นศิลาอันเป็นมงคลในอุทยาน. ก็วันนั้นเป็นวันที่ ๗ ที่พระเจ้าพาราณสีสวรรคต. อำมาตย์ทั่งหลายทำการถวายพระเพลิงแล้ว นั่งอยู่ที่พระลานหลวง ปรึกษากันว่า พระราชาทรงมีแต่พระธิดาองค์เดียว ไม่มีพระโอรส ราชสมบัติที่ไม่มีพระราชาจักพินาศ ใครควรเป็นพระราชา. พวกอำมาตย์ ต่างกล่าวว่า ท่านจงเป็น ท่านจงเป็น. ปุโรหิตกล่าวว่า ไม่ควรเลือกมาก พวกเราจักปล่อยผุสสรถ. อำมาตย์เหล่านั้นจึงเทียมม้าสินธพ ๔ ตัว มีสี ดังดอกโกมุท แล้ววางราชกกุธภัณฑ์ ๕ อย่าง และเศวตฉัตรไว้บนผุสส- รถนั้น แล้วปล่อยรถไป ให้ประโคมดนตรีตามหลังไป รถออกทางประตู ด้านทิศตะวันออก มุ่งหน้าไปยังอุทยาน. อำมาตย์บางพวกกล่าวว่า รถ บ่ายหน้ามุ่งไปอุทยาน เพราะความคุ้นเคย พวกเราจงให้รถกลับ. ปุโรหิต กล่าวว่า พวกท่านอย่าให้รถกลับ. รถไปกระทำประทักษิณกุมารแล้วทำท่า จะเกยขึ้นก็หยุดอยู่. ปุโรหิตเลิกชายผ้าห่มตรวจดูพื้นเท้ากล่าวว่า ทวีปนี้ จงยกไว้ ผู้นี้สมควรครองราชสมบัติในมหาทวีปทั้ง ๔ มีทวีปน้อยสองพัน เป็นบริวาร แล้วกล่าวว่า ท่านทั้งหลายจงประโคมดนตรี แล้วให้ประโคม ดนตรี ๓ ครั้ง. ลำดับนั้น กุมารเปิดหน้าแลดูอยู่พลางกล่าวว่า ท่านทั้งหลายพากัน มาด้วยกรรมอะไร. อำมาตย์ทั้งหลายกล่าวว่า ข้าแต่เทวะ ราชสมบัติถึงแก่ พระองค์. กุมารกล่าวว่า พระราชาของพวกท่านไปไหน. พวกอำมาตย์ กล่าวว่า ข้าแต่นาย พระราชาเสด็จไปสู่ความเป็นเทวดาเสียแล้ว. กุมาร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka