Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 597

เล่ม มมร. 70 หน้า 597 ข้อ 8
บทว่า จตุโร จ ผเล สพฺเพ ความว่า ได้ทำให้แจ้งสามัญผล ๔ ทั้งหมด. บทว่า ธมฺเมวํ วิชฏยึ อหํ ความว่า ข้าพระองค์สะสาง คือขจัดชัฏ คือ รกชัฏในธรรมทั้งปวง ด้วยประการอย่างนี้. จบพรรณนาทุติยภาณวาร เบื้องหน้าแต่นั้น เมื่อจะแสดงเฉพาะคุณวิเศษที่ตนได้บรรลุ จึง กล่าวคำมีอาทิว่า อปริเมยฺยุปาทาย ดังนี้. ในคำนั้น มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ ที่ชื่อว่าอปริเมยยะ เพราะประมาณไม่ได้ อธิบายว่า ไม่อาจจะประมาณ คือจะนับ โดยนับเป็นปี. ข้าพระองค์อาศัยคือกระทำกัปอันหาประมาณ มิได้นั้นให้เป็นเบื้องต้นมา ปรารถนาศาสนาของพระองค์อย่างนี้ว่า ข้า- พระองค์พึงเป็นเลิศแห่งพระวินัยธรทั้งหลาย ในศาสนาของพระผู้มี- พระภาคเจ้าพระนามว่าโคดมในอนาคต. คำว่า ปตฺเถมิ เป็นคำปัจจุบัน ใช้ในอรรถเป็นอดีต. อธิบายว่า ปตฺเถสึ ปรารถนาแล้ว. บทว่า โส เม อตฺโถ ความว่า ประโยชน์คือปรารถนานั้น เราได้บรรลุแล้ว คือทำให้ สำเร็จแล้ว. เชื่อมความว่า ข้าพระองค์ได้ถึง คือได้บรรลุสันติบท คือ พระนิพพานอันยอดเยี่ยม. ข้าพระองค์นั้นถึงความยอดเยี่ยม คือถึงที่สุดในพระวินัย คือใน พระวินัยปิฎก เพราะเป็นผู้บรรลุแล้ว. บทว่า ยถาปิ ปาิโก อิสิ ความ ว่า ฤาษีคือภิกษุผู้เป็นเลิศแห่งพระวินัยธรทั้งหลาย ในศาสนาของพระผู้มี- พระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญพระบาลี คือเป็นผู้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka