เรือ ๒ ลำให้ติดกัน แล้วทำหลังคาด้วยปะรำที่พวกช่างปรุง คือทำเสร็จ
อย่างดีไว้เบื้องบนเรือนั้น แล้วนับถือ บูชาพระนราสภ คือพระสัมพุทธ-
เจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ.
บทว่า อาคนฺตฺวาน จ สมฺพุทฺโธ เชื่อมความว่า เมื่อเอาเรือ
ขนานกันอย่างนั้นแล้ว พระสัมพุทธเจ้าเสด็จมา ณ ที่นั้น แล้วเสด็จขึ้น
ยังเรือ คือนาวาอันเลิศลำนั้น. บทว่า วาริมชฺเฌ ิโต สตฺถา เชื่อม
ความว่า พระศาสดาเสด็จขึ้นเรือแล้ว กำลังประทับอยู่ท่ามกลางน้ำ
ในแม่น้ำคงคา ได้ภาษิตคือตรัสพระคาถาอันประกอบด้วยความโสมนัส
เหล่านี้.
บทว่า โย โส ตาเรสิ สมฺพุทฺธํ ความว่า นายเรือนั้นใด
นิมนต์พระสัมพุทธเจ้า ให้ข้ามกระแสน้ำแห่งแม่น้ำคงคา. บทว่า สงฺฆญฺ-
จาปิ อนาสวํ ความว่า นายเรือนั้น มิใช่นิมนต์พระสัมพุทธเจ้าให้
ข้ามน้ำอย่างเดียวเท่านั้น แม้พระสงฆ์ผู้ไม่มีอาสวะหมดกิเลส ก็นิมนต์
ให้ข้ามไปด้วย. บทว่า เตน จิตฺตปสาเทน ความว่า มีจิตเลื่อมใส
อันประกอบด้วยความโสมนัส ซึ่งเกิดขึ้นในกาลขับเรือนั้น จักยินดี คือ
จักเสวยทิพยสมบัติในเทวโลก คือในกามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้น.
บทว่า นิพฺพตฺติสฺสติ เต พฺยมฺหํ ความว่า พยัมหะ คือวิมาน
ที่ทำไว้เรียบร้อย คือบังเกิดเสร็จแล้ว ตั้งอยู่เหมือนเรือ คือมีสัณฐาน
เหมือนเรือ จักบังเกิด คือจักปรากฏแก่ท่านผู้เกิดขึ้นในเทวโลก. บทว่า
อากาเส ปุปฺผฉทนํ เชื่อมความว่า เพราะวิบากของกรรมที่ได้ทำปะรำไว้
ปะรำเรือหลังคาดอกไม้ จักกางกั้นในอากาศในกาลทุกเมื่อ คือในที่
ที่ไปแล้ว ๆ.