Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 645

เล่ม มมร. 70 หน้า 645 ข้อ 11
เรือ ๒ ลำให้ติดกัน แล้วทำหลังคาด้วยปะรำที่พวกช่างปรุง คือทำเสร็จ อย่างดีไว้เบื้องบนเรือนั้น แล้วนับถือ บูชาพระนราสภ คือพระสัมพุทธ- เจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ. บทว่า อาคนฺตฺวาน จ สมฺพุทฺโธ เชื่อมความว่า เมื่อเอาเรือ ขนานกันอย่างนั้นแล้ว พระสัมพุทธเจ้าเสด็จมา ณ ที่นั้น แล้วเสด็จขึ้น ยังเรือ คือนาวาอันเลิศลำนั้น. บทว่า วาริมชฺเฌ ิโต สตฺถา เชื่อม ความว่า พระศาสดาเสด็จขึ้นเรือแล้ว กำลังประทับอยู่ท่ามกลางน้ำ ในแม่น้ำคงคา ได้ภาษิตคือตรัสพระคาถาอันประกอบด้วยความโสมนัส เหล่านี้. บทว่า โย โส ตาเรสิ สมฺพุทฺธํ ความว่า นายเรือนั้นใด นิมนต์พระสัมพุทธเจ้า ให้ข้ามกระแสน้ำแห่งแม่น้ำคงคา. บทว่า สงฺฆญฺ- จาปิ อนาสวํ ความว่า นายเรือนั้น มิใช่นิมนต์พระสัมพุทธเจ้าให้ ข้ามน้ำอย่างเดียวเท่านั้น แม้พระสงฆ์ผู้ไม่มีอาสวะหมดกิเลส ก็นิมนต์ ให้ข้ามไปด้วย. บทว่า เตน จิตฺตปสาเทน ความว่า มีจิตเลื่อมใส อันประกอบด้วยความโสมนัส ซึ่งเกิดขึ้นในกาลขับเรือนั้น จักยินดี คือ จักเสวยทิพยสมบัติในเทวโลก คือในกามาวจรสวรรค์ ๖ ชั้น. บทว่า นิพฺพตฺติสฺสติ เต พฺยมฺหํ ความว่า พยัมหะ คือวิมาน ที่ทำไว้เรียบร้อย คือบังเกิดเสร็จแล้ว ตั้งอยู่เหมือนเรือ คือมีสัณฐาน เหมือนเรือ จักบังเกิด คือจักปรากฏแก่ท่านผู้เกิดขึ้นในเทวโลก. บทว่า อากาเส ปุปฺผฉทนํ เชื่อมความว่า เพราะวิบากของกรรมที่ได้ทำปะรำไว้ ปะรำเรือหลังคาดอกไม้ จักกางกั้นในอากาศในกาลทุกเมื่อ คือในที่ ที่ไปแล้ว ๆ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka