Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 659

เล่ม มมร. 70 หน้า 659 ข้อ 12
สม่ำเสมอในการจงกรม แต่นั้น จึงเข้าไปยังวิหารแล้วนั่งบนที่นอน มี ความประสงค์จะนอน จึงเอนกายลง. ศีรษะยังไม่ทันถึงหมอน, และ เท้าพอพ้นจากพื้น ในระหว่างนี้ จิตก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายโดยไม่ ถือมั่น ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖. พระเถระประกอบด้วยคุณ มีอภิญญา ๖ เป็นต้นอย่างนี้ บรรลุ ตำแหน่งเอตทัคคะโดยคุณมีความเป็นอุปัฏฐากเป็นต้น ระลึกถึงบุพกรรม ของตน เมื่อจะแสดงอปทานแห่งความประพฤติในกาลก่อนด้วยความ โสมนัส จึงกล่าวคำมีอาทิว่า อารามทฺวารา นิกฺขมฺม ดังนี้. บรรดาบท เหล่านั้น บทว่า อารามทฺวารา ความว่า พระมหามุนีสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปทุมุตตระ เสด็จออกจากประตูพระวิหาร แล้วประทับนั่งบน บวรพุทธอาสน์ที่ปูลาดไว้เรียบร้อย ที่เขาทำไว้ท่ามกลางมณฑป ใกล้ประตู ด้านนอก เพื่อจะทรงแสดงธรรมแก่สัตว์ทั้งปวง. บทว่า วสฺสนฺโต อมตํ วุฏฺึ ความว่า หลังฝนคือธรรมด้วยสายธารแห่งมหาอมตะคือพระธรรม- เทศนา. บทว่า นิพฺพาเปสิ มหาชนํ ความว่า ทรงทำไฟคือกิเลสอัน อยู่ในจิตสันดานของมหาชนให้ดับ คือให้สงบระงับ อธิบายว่า ทรง ยังมหาชนให้ถึงความสงบคือความเย็น ด้วยการดื่มน้ำอมฤตคือพระ- นิพพาน. เมื่อจะแสดงบริวารสมบัติจึงกล่าวว่า สตสหสฺสํ เต ธีรา ดังนี้. อธิบายว่า นักปราชญ์เหล่านั้นเป็นพระขีณาสพประมาณหนึ่งแสน ประ- กอบด้วยอภิญญา ๖ คือส่วนแห่งญาณ มีอิทธิวิธญาณเป็นต้น ชื่อว่ามีฤทธิ์ เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยฤทธิ์ทั้งหลาย อันสามารถไปในหลายแสน จักรวาลได้โดยทันที พากันแวดล้อมพระสัมพุทธเจ้า คือพระผู้มีพระภาค-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka