Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 660

เล่ม มมร. 70 หน้า 660 ข้อ 12
เจ้าพระนามว่าปทุมุตตระพระองค์นั้น ประดุจเงาไม่ไปปราศในที่ไหน ๆ อธิบายว่า แวดล้อมฟังธรรมอยู่. บทว่า หตฺถิกฺขนฺธคโต อาสึ ความว่า ในกาลนั้น คือในสมัย แสดงธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า เราได้นั่งอยู่บนหลังช้าง. บทว่า เสตจฺฉตฺตํ วรุตฺตมํ ความว่า เรานั่งบนหลังช้างกั้นเศวตฉัตรชั้นสูงที่พึง ต้องการไว้เหนือกระหม่อมของเรา. บทว่า สุจารุรูปํ ทิสฺวาน ความว่า ความปลื้มใจ คือความยินดี ได้แก่ความโสมนัสเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้ เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระรูปงดงามเป็นที่จับใจ กำลังทรงแสดงธรรมอยู่. บทว่า โอรุยฺห หตฺถิกฺขนฺธมฺหา ความว่า เราเห็นพระผู้มีพระ- ภาคเจ้านั้นประทับนั่ง จึงลงจากหลังช้างแล้วเข้าไปเฝ้า คือไปสู่ที่ใกล้ พระนราสภ คือพระผู้ประเสริฐแห่งนระ. บทว่า รตนมยฉตฺตํ เม เชื่อม ความว่า เรากั้นฉัตรของเราอันประดับด้วยรัตนะ เหนือพระเศียรแห่ง พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด. บทว่า มม สงฺกปฺปมญฺาย ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่าปทุมุตตระนั้นทรงเป็นใหญ่ในระหว่างฤาษีทั้งหลาย ทรงทราบ ความดำริอันเกิดขึ้นด้วยความเลื่อมของเรา. บทว่า ตํ กตํ ปยิตฺวาน ความว่า พระองค์ทรงหยุดพระธรรมกถาที่พระองค์กำลังทรงแสดงอยู่นั้น. แล้วได้ภาษิตคือตรัสคาถาเหล่านี้ เพื่อต้องการพยากรณ์เรา. หากจะมีคำถามว่า ทรงพยากรณ์อย่างไร ? จึงตรัสคำมีอาทิว่า โย โส ดังนี้. ในคำนั้น เชื่อมความว่า พระราชกุมารนั้นใดทรงกั้นฉัตร อันประดับด้วยเครื่องอลังการอันเป็นทอง เหนือกระหม่อมของเราตถาคต. บทว่า ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ ความว่า เราจักประกาศคือจักกระทำพระ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka