Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 70 หน้าที่ 662

เล่ม มมร. 70 หน้า 662 ข้อ 12
กายเป็นต้น จักเป็นผู้ชำนาญบาลีทั้งปวง คือจักเป็นผู้มีปกติทรงจำพระ- ไตรปิฎกทั้งสิ้นได้. บทว่า ปธานปหิตตฺโต โส ความว่า พระอานนทเถระนั้น เป็น ผู้มีจิตส่งไปเพื่อกระทำความเพียร. บทว่า อุปสนฺโต นิรูปธิ ความว่า เป็นผู้เว้นอุปธิคือ ราคะ โทสะ และโมหะ. เป็นผู้สงบ คือเป็นผู้มีกาย และจิตสงบ เพราะละเหล่ากิเลสที่จะพึงละด้วยโสดาปัตติมรรค. บทว่า สนฺติ อารญฺกา ความว่า มีในอรัญ คือเกิดในป่าใหญ่. บทว่า สฏฺิหายนา ความว่า ในเวลามีอายุ ๖๐ ปี มีกำลังเสื่อมไป. บทว่า ติธา ปภินฺนา ความว่า ตกมัน ๓ แห่ง กล่าวคือที่ตา หู และ อัณฑะ. บทว่า มาตงฺคา แปลว่า เกิดในตระกูลช้างชื่อมาตังคะ. บท ว่า อีสาทนฺตา แปลว่า มีงาเหมือนงอนรถ. เป็นช้างทรงคือเป็นราช- พาหนะ. ช้างตัวประเสริฐ ได้แก่พญาช้าง กล่าวคือช้างกุญชรมีปรากฏ อยู่ ฉันใด บัณฑิตกล่าวคือพรขีณาสพ ได้แก่พระอรหันตนาคผู้มีฤทธิ์ นับด้วยแสน ย่อมมีอยู่ ฉันนั้น. พระอรหันตนาคทั้งหมดนั้น ของพญาช้าง ตัวประเสริฐคือพระพุทธเจ้า. บทว่า น โหนฺติ ปณิธิมฺหิ เต ความ ว่า บัณฑิตเหล่านั้นย่อมไม่เป็นเช่นนั้นในความปรารถนา อธิบายว่า บัณฑิตทั้งหมดนั้นพึงกลัวภัย ไม่อาจดำรงอยู่ตามภาวะของตนได้อย่างไร. คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น เพราะมีนัยดังกล่าวแล้วฉะนี้แล. จบพรรณนาอานันทเถราปทาน จบพรรณนาพุทธวรรคที่ ๑ ด้วยลำดับคำเพียงเท่านี้ จบอรรถกถาอปทานภาคที่ ๑
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka