ราชกุมารนั้นให้ปรากฏ. บทว่า สุโณถ มม ภาสโต ความว่า ท่าน
ทั้งหลายจงฟัง คือจงเงี่ยโสตลงมนสิการคำของเราผู้จะกล่าวอยู่.
บทว่า อิโต คนฺตฺวา อยํ โปโส ความว่า พระราชกุมารนี้จุติ
จากมนุษยโลกนี้ จักไปยังภพดุสิตแล้วอยู่ คือจักอยู่ในภพดุสิตนั้น. ใน
คำนั้นเชื่อมเนื้อความว่า อันนางอัปสรทั้งหลายกระทำไว้ในเบื้องหน้า คือ
แวดล้อม จักเสวยสมบัติอยู่ในภพดุสิต.
บทว่า จตุตฺตึสกฺขตฺตุํ เชื่อมความว่า จุติจากภพดุสิตแล้วบังเกิด
ขึ้นในภพดาวดึงส์ จักเป็นจอมเทวดาครองเทวราชสมบัติอยู่ ๓๔ ครั้ง.
บทว่า พลาธิโป อฏฺสตํ ความว่า จุติจากภพดาวดึงส์มาบังเกิดใน
มนุษยโลก จักเป็นใหญ่ในกองทัพ คือเป็นใหญ่เป็นประธานในกองทัพ
อันประกอบด้วยองค์ ๔ จักเป็นเจ้าประเทศราช ๑๐๘ ชาติ จักอยู่ครอง
พสุธาคือปฐพีอันประเสริฐด้วยรัตนะมิใช่น้อย คือจักอยู่ในแผ่นดิน.
บทว่า อฏฺปญฺาสกฺขตฺตุํ ความว่า จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๘
ชาติ. จักครองความเป็นเจ้าประเทศราชอันกว้างใหญ่คือนับไม่ถ้วน ใน
แผ่นดิน คือในแผ่นดินชมพูทวีปทั้งสิ้น.
บทว่า สกฺยานํ กุลเกตุสฺส ความว่า จักได้เป็นญาติของพระ-
พุทธเจ้าผู้เป็นธงชัยแห่งสักยราชสกุล.
บทว่า อาตาปี แปลว่า มีความเพียร. บทว่า นิปโก ได้แก่
เป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา กล่าวคือปัญญารู้รอบคอบ. เป็นผู้เฉลียวฉลาด
ในพาหุสัจจะ คือความเป็นพหูสูต ได้แก่ในการทรงจำพระไตรปิฎก.
เชื่อมความว่า จักเป็นผู้มีความประพฤติในการถ่อมตน คือเป็นผู้ไม่ดูหมิ่น
ผู้อื่น เป็นผู้ไม่แข็งกระด้าง คือเว้นจากความกระด้างมีความคะนองทาง