ก็โดยสมัยนั้นแล พระศาสดาทรงตั้งภิกษุรูปหนึ่งไว้ในตำแหน่งอัน
เลิศแห่งบรรพชิตผู้บวชด้วยศรัทธา. ท่านเห็นดังนั้นแล้วมีจิตเลื่อมใส ถวาย
มหาทานแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้แวดล้อมไปด้วยภิกษุแสนรูป ตลอด
๗ วัน แล้วปรารถนาตำแหน่งนั้น. พระศาสดาทรงเห็นความสำเร็จโดย
หาอันตรายมิได้ จึงทรงพยากรณ์ว่า ภิกษุนี้จักเป็นผู้เลิศแห่งภิกษุผู้บวช
ด้วยศรัทธา ในพระศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า
โคดม ในอนาคต. ท่านถวายบังคมพระศาสดา และไหว้ภิกษุสงฆ์แล้ว
ลุกจากอาสนะหลีกไป. ท่านบำเพ็ญบุญจนตลอดอายุ จุติจากอัตภาพนั้น
แล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัตรกัปนี้ใน
กาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าผุสสะ ราชบุตรทั้ง ๓ พระองค์
ผู้ต่างมารดากันอุปัฏฐากพระศาสดาอยู่ ได้บำเพ็ญกิจเพื่อสหายในบุญกิริยา
แก่ราชบุตรเหล่านั้น. ท่านสั่งสมกุศลเป็นอันมากในภพนั้น ๆ ด้วยอาการ
อย่างนี้ ท่องเที่ยวไปในสุคติเท่านั้น ในพุทธุปบาทกาลนี้ บังเกิดใน
เรือนรัฐปาลเศรษฐี ในถุลลโกฏฐิกนิคมในกุรุรัฐะ. ท่านได้นามตามวงศ์
ตระกูลนั่นแลว่ารัฐปาละ เพราะบังเกิดในตระกูลผ้าสามารถดำรงรัฐที่แตก
ไป. ท่านเจริญด้วยบริวารเป็นอันมาก ถึงความเป็นหนุ่มโดยลำดับ
ผู้อันมารดาบิดาตบแต่งด้วยภรรยาอันสมควร ให้ตั้งอยู่ในยศใหญ่ เสวย
สมบัติเช่นกับทิพยสมบัติ.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จจาริกไปในชนบทในกุรุรัฐ
บรรลุถึงถุลลโกฏฐิกนิคม. รัฐปาลกุลบุตรได้ฟังดังนั้นแล้ว เข้าไป
เฝ้าพระศาสดาฟังธรรมในสำนักพระศาสดา ได้ศรัทธาประสงค์จะบวช
อดอาหาร ๗ วัน มารดาบิดาจึงจำอนุญาตให้แสนยาก จึงเข้าไปเฝ้า