Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 48

เล่ม มมร. 71 หน้า 48 ข้อ 20
ผมทั้งหลาย อันบุคคลตบแต่งเป็นลอนคลุมด้วยตาข่าย นัยน์ตาทั้งสองอันหยอดด้วยยาตา สามารถทำให้คนพาล ลุ่มหลงได้ แต่ไม้สามารถทำให้ผู้แสวงหาฝั่งโน้นลุ่มหลง. กายอันเปื่อยเน่าอันบุคคลตบแต่งแล้ว เหนือนกล่องยาตา ใหม่ ๆ วิจิตรด้วยลวดลายต่าง ๆ สามารถทำให้คนพาล ลุ่มหลงได้ แต่ไม่สามารถทำให้ผู้แสวงหาฝั่งโน้นลุ่มหลง. นายพรานเนื้อดักบ่วงไว้ แต่เนื้อไม่ติดบ่วง เมื่อนายพราน เนื้อคร่ำครวญอยู่ พวกเนื้อพากันมากินเหยื่อแล้วหนีไป. บ่วงของนายพรานขาดไปแล้ว เนื้อไม่ติดบ่วง เมื่อ นายพรานเศร้าโศกอยู่ พวกเนื้อพากันมากินเหยื่อแล้วหนีไป.๑ ท่านกล่าวคาถาเหล่านี้แล้วเหาะขึ้นสู่เวหาส นั่งที่แผ่นศิลาอันเป็น มงคล ในมิคาวนชินอุทยานของพระเจ้าโกรพยะ. ได้ยินว่า พระบิดาของ พระเถระได้ให้ใส่กลอนลูกดาลที่ซุ้มประตู ทั้ง ๗ จึงสั่งบังคับนักมวยปล้ำ ทั้งหลายว่า พวกท่านอย่าให้เพื่อออกไป ให้เปลื้องผ้ากาสยะแล้วให้นุ่ง ผ้าขาว. เพราะเหตุนั้นพระเถระจึงได้ไปทางอากาศ. ลำดับนั้น พระ- เจ้าโกรพยะทรงทราบว่าพระเถระนั่งในที่นั้น จึงเสด็จเข้าไปหาท่านให้ ระลึกด้วยสัมโมทนียกถาและสารณียกถาแล้วตรัสถามว่า ข้าแต่ท่านรัฐปาละ ผู้เจริญ ท่านบวชในพระศาสนานี้ ถึงความเสื่อมเพราะพยาธิหรือ หรือ เสื่อมเพราะชราโภคะและญาติ จึงบวช ก็ท่านไม่ถึงความเสื่อมอะไร ๆ แล แต่เหตุไฉนจึงบวชเล่า. ลำดับนั้น พระเถระได้แสดงภาวะที่คนทราบ ถึงธรรมเทศ ๔ ข้อเหล่านี้แก่พระราชา คือโลกอันชราน้อมเข้าไปใกล้ ๑. ม.ม. ๑๓/ข้อ ๔๓๙
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka