อธิบายว่า ทำจิตให้เลื่อมใส. บทว่า มนสา ว นิมนฺเตสึ แปลว่า ทูล
อาราธนาด้วยใจ. บทว่า อาคจฺฉตุ มหามุนิ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า
เป็นผู้ควรแก่การบูชาในแผ่นดิน เป็นมุนี ขอเชิญเสด็จมาสู่นิเวศน์ของ
ข้าพระองค์เถิด.
บทว่า มม สงฺกปฺปมญฺาย ความว่า พระศาสดา ไม่มีผู้ยิ่งกว่า
คือเว้นจากผู่ยิ่งกว่าในโลก คือในสัตว์โลก ทรงทราบความดำริแห่งจิต
ของเราแล้ว แวดล้อมด้วยพระขีณาสพ ๑,๐๐๐ องค์ คือพระอรหันต์
๑,๐๐๐ องค์ เสด็จเข้าไปใกล้คือเสด็จถึงประตูของเรา คือประตูเรือนของ
เรา. เราได้กระทำนมัสการอย่างนี้แด่พระศาสดาผู้ถึงพร้อมแล้วนั้น ข้าแต่
พระองค์ผู้บุรุษอาชาไนย คือผู้อาชาไนย ผู้ประเสริฐของบุรุษทั้งหลาย
ขอความนอบน้อมของเราด้วยดีจงมีแต่ท่าน. ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษสูง-
สุด คือสูงสุดประเสริฐด้วยคุณยิ่งของบุรุษทั้งหลาย ขอความนอบน้อม
ของเราจงมีแต่ท่าน. อธิบายว่า เราขอเธอเชื้อเชิญ ซึ่งพระองค์ขึ้นสู่ปราสาท
อันเป็นที่น่าเลื่อมใสคือยังความเลื่อมใสให้เกิดแล้วประทับนั่งบนสีหาสนะ
คือบนอาสนะอันสูงสุด.
บทว่า ทนฺ โต ทนฺตปริวาโร ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ฝึก
พระองค์แล้วด้วยทวารทั้ง ๓ ด้วยพระองค์เอง ทรงแวดล้อมไปด้วย
บริษัท ๔ คือภิกษุ ภิกษุณี อุบาสกและอุบาสิกา ผู้ฝึกแล้วเหมือนกัน
บทว่า ตณฺโณ ตารยตํ วโร ความว่า พระองค์เองทรงข้ามแล้ว คือ
ข้ามขึ้นแล้ว จากสงสารออกไปแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ประเสริฐ
สูงสุดกว่าบุรุษผู้วิเศษผู้ข้ามอยู่ เสด็จขึ้นปราสาทด้วยการอาราธนาของเรา
ประทับ นั่งคือสำเร็จการนั่ง บนอาสนะอันประเสริฐ คือสูงสุด.
บทว่า ยํ เม อตฺถิ สเก เคเห ความว่า อามิสใดที่เรารวบรวมไว้