[๑๓๒] ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี เกิดโสมนัส จึงประนมมือ นอบน้อมพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดว่า โอหนอ พระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่จริงหนอ
[๑๓๓] บรรดาพระอริยบุคคล ๘ ผู้นั่งฉันอยู่ มีพระขีณาสพจำนวนมาก นี้คืออานุภาพของพระองค์ ข้าพระองค์ขอถึงพระองค์ว่าเป็นสรณะ
[๑๓๔] และพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปิยทัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
[๑๓๕] เราจักพยากรณ์ผู้ที่ได้นิมนต์พระสงฆ์ผู้ซื่อตรง มีจิตมั่นคงและพระตถาคตสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ฉัน ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
[๑๓๖] ผู้นั้นจักครองเทวสมบัติ ๒๗ ชาติ เขาจักพอใจกรรมของตน รื่นรมย์อยู่ในเทวโลก
[๑๓๗] ผู้นั้นจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๘ ชาติ จักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๕๐๐ ชาติ
[๑๓๘] กิเลสทั้งหลายอันข้าพเจ้าเข้าไปยังป่าดงทึบ ที่เสือโคร่งอาศัยอยู่ ตั้งความเพียร เผาได้แล้ว
[๑๓๙] ในกัปที่ ๑๑๘ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภัตตาหาร
[๑๔๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสุมังคลเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สุมังคลเถราปทานที่ ๑๐ จบ
สีหาสนิยวรรคที่ ๒ จบบริบูรณ์