Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 121

<< | หน้าที่ 121 | >>
[๑๓๒] ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี เกิดโสมนัส จึงประนมมือ นอบน้อมพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดว่า โอหนอ พระพุทธเจ้ายิ่งใหญ่จริงหนอ

[๑๓๓] บรรดาพระอริยบุคคล ๘ ผู้นั่งฉันอยู่ มีพระขีณาสพจำนวนมาก นี้คืออานุภาพของพระองค์ ข้าพระองค์ขอถึงพระองค์ว่าเป็นสรณะ

[๑๓๔] และพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปิยทัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๑๓๕] เราจักพยากรณ์ผู้ที่ได้นิมนต์พระสงฆ์ผู้ซื่อตรง มีจิตมั่นคงและพระตถาคตสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ฉัน ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๑๓๖] ผู้นั้นจักครองเทวสมบัติ ๒๗ ชาติ เขาจักพอใจกรรมของตน รื่นรมย์อยู่ในเทวโลก

[๑๓๗] ผู้นั้นจักเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๘ ชาติ จักเป็นพระเจ้าแผ่นดินครองแผ่นดิน ๕๐๐ ชาติ

[๑๓๘] กิเลสทั้งหลายอันข้าพเจ้าเข้าไปยังป่าดงทึบ ที่เสือโคร่งอาศัยอยู่ ตั้งความเพียร เผาได้แล้ว

[๑๓๙] ในกัปที่ ๑๑๘ (นับจากกัปนี้ไป) ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายภัตตาหาร

[๑๔๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระสุมังคลเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

สุมังคลเถราปทานที่ ๑๐ จบ


สีหาสนิยวรรคที่ ๒ จบบริบูรณ์



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka