แห่งปุโรหิต ของพระเจ้าจัณฑปัชโชต ในกรุงอุชเชนี ในวันตั้งของท่าน
มารดาคิดว่า บุตรของเรามีวรรณะเพียงดังสีแห่งทอง ถือเอาชื่อของตนมา
จึงตั้งชื่อว่า กาญจนมาณพ นั่นเอง. ท่านเจริญวัยแล้ว เรียนไตรเพท
โดยล่วงไปแห่งบิดา จึงได้ตำแหน่งปุโรหิต. ด้วยอำนาจโคตรท่านปรากฏ
นามว่า กัจจานะ. พระเจ้าจัณฑปัชโชต ทราบกาลเสด็จอุบัติแห่งพระ
พุทธเจ้า ทรงส่งสาสน์ไปว่า ข้าแต่ท่านอาจารย์ ท่านจงไปในที่นั้น
กราบเรียนให้พระศาสาดาทรงทราบ. ท่านมีตนเป็นที่แปดเข้าไปเฝ้าพระ-
ศาสาดา. พระศาสาดาทรงแสดงธรรมแก่เขาแล้ว. ในที่สุดแห่งเทศนา
ท่านกับชน ๗ คน ดำรงอยู่ในพระอรหัต พร้อมด้วยปฏิสัมภิทา. ลำดับนั้น
พระศาสดาทรงเหยียดพระหัตถ์ตรัสว่า จงเป็นภิกษุมาเถิดดังนี้.
ในขณะนั้นนั่นเอง ภิกษุเหล่านั้นมีผมและหนวดเพียงสององคุลี
ทรงไว้ซึ่งบาตรและจีวรอันเสร็จด้วยฤทธิ์ ได้เป็นเหมือนพระเถระผู้มี
พรรษาตั้งร้อย. พระเถระประนมมือของตนแล้ว กราบทูลพระศาสดา
อย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์และฟังธรรม. พระเจ้าจัณฑปัชโชตปรารภจะถวาย
บังคมพระบาทของพระองค์และฟังธรรม. พระศาสดาตรัสว่า ภิกษุ เธอ
เท่านั้น จงเป็นผู้มีตนเป็นที่แปดไปในที่นั้น แม้เมื่อเธอไปแล้ว พระ-
ราชาจักเลื่อมใส. พระเถระมีตนเป็นที่แปด ไปในที่นั้น ยังพระ-
ราชาให้เลื่อมใส ให้พระศาสนาประดิษฐานในอวันตีชนบททั้งหลายแล้ว
กลับมาเฝ้าพระศาสดาอีกตามเดิม.
ท่านบรรลุพระอรหัตผลอย่างนี้แล้ว พระศาสดาได้ทรงตั้งไว้ใน
ตำแหน่งอันเลิศด้วยพระดำรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บรรดาภิกษุผู้สาวกของ
เรา ผู้จำแนกอรรถที่เรากล่าวโดยย่อให้พิสดารนี้ มหากัจจานะเป็นเลิศ