Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 169

เล่ม มมร. 71 หน้า 169 ข้อ 43
กำจัดความมืดได้ ส่องแสงโชติช่วงอยู่ เพราะพระญาณของ พระองค์ เปรียบ เหมือนพระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว โลกก็ถึง ความมืด ฉันใด เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติ สัตว์โลกก็ ถึงความมืด ฉันนั้น. เปรียบเหมือนเมื่อพระอาทิตย์อุทัย ย่อมขจัดความมืดได้ ทุกเมื่อ ฉันใด พระองค์ผู้เป็นพระพุทธเจ้าอันประเสริฐสุด ก็ ขจัดความมืดได้ทุกเมื่อ ฉันนั้น. พระองค์ทรงส่งพระองค์ไปเพื่อความเพียร ได้เป็นพระ- พุทธเจ้าในโลก พร้อมทั้งเทวโลก ทรงยังหมู่ชนเป็นอันมาก ให้ยินดีด้วยการปรารภกรรมของพระองค์. พระมหามุนีพระนามว่าปทุมุตตระผู้เป็นนักปราชญ์ ทรง สดับคำนั้นแล้ว ทรงอนุโมทนาแล้ว เสด็จเหาะขึ้นในอากาศ ดังพระยาหงส์ในอัมพร พระสัมพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอัน ใหญ่หลวง พระนามว่าปทุมุตตระผู้เป็นศาสดาของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเหาะขึ้นไปประทับอยู่ในอากาศ ได้ ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดชมเชยญาณอันประกอบด้วยข้ออุปมาทั้งหลายนี้ เรา จักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว เขาจักได้เป็น ท้าวเทวราช ๑๘ ครั้ง จักได้เป็นพระราชาในแผ่นดินครอง ครองพสุธา ๓๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๒๕ ครั้ง จักรได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยจะคณานับมิได้. ในกัปที่แสน พระศาสดามีพระนาม ชื่อว่าโคดม ซึ่งมี
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka