Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 427

เล่ม มมร. 71 หน้า 427 ข้อ 127
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ แก้วทุกชนิด ส่องแสงโชติช่วง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็น ศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่. เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดประสูติ ทรงย่างพระ- บาทก้าวไป ก้าว บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็น ศาสดาผู้มีพระจักษุ ทรงแสดงธรรมอยู่. พอพระสัมพุทธเจ้าประสูติแล้วเท่านั้น ก็ทรงเหลียวแลดู ทิศทั้งปวง ทรงเปล่งอาสภิวาจา นี้เป็นธรรมดาของพระ- พุทธเจ้าทั้งหลาย. เรายังหมู่ชนให้เกิดสังเวช ชมเชยพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้นำของโลก ถวายบังคมพระสัมพุทธเจ้าแล้ว บ่ายหน้ากลับ ไปทางทิศปราจีน. ในกัปที่ ๙๑ เเต่กัปนี้ เราชมเชยพระพุทธเจ้าใด ด้วยการ ชมเชยนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการชมเชย. ในกัปที่ ๙๐ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่า สัมมุขาถวิกะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละมาก. ในกัปที่ ๙๗ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนาม ว่าปฐวีทุนทุภิ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละมาก. ในกัปที่ ๙๘ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอม- กษัตริย์มีนามว่าโอภาสะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี พละมาก.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka