ได้พบพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า วิปัสสี มีหมู่ภิกษุสงฆ์แวดล้อม
กำลังเสด็จผ่านมา และได้พบเห็นกลุ่มแห่งพระพุทธรัศมีมีสีเขียวและ
เหลืองเป็นต้นพวยพุ่งออกมา เขามีใจเลื่อมใส จัดแจงปูลาดอาสนะ
เกลี่ยลาดดอกไม้เหล่านั้นบนอาสนะนั้น แล้วนิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้า
ให้นั่งบนอาสนะนั้นแล้ว ถือเอาของควรเคี้ยวและควรบริโภคทั้งหมดใน
เรือนของตน ที่ตระเตรียมไว้เพื่อมารดา มาถวายให้พระผู้มีพระภาคเจ้า
พร้อมด้วยบริวารฉันจนอิ่มแล้ว. ในเวลาที่พระองค์ฉันเรียบร้อยแล้ว ยัง
ได้ถวายดอกอุบลอีกกำมือหนึ่ง. ด้วยบุญวิธีอันนั้น เรามีความโสมนัส
ได้ตั้งความปรารถนาไว้แล้ว. แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำอนุโมทนา
แล้ว ก็เสด็จหลีกไป. ด้วยบุญอันนั้น เขาจึงได้เสวยสวรรค์สมบัติและ
มนุษย์สมบัติจนครบทั้ง ๒ อย่าง ในพุทธุปบาทกาลนี้ได้เกิดในตระกูล
แห่งหนึ่งซึ่งสมบูรณ์ด้วยสมบัติในกรุงสาวัตถี บรรลุนิติภาวะแล้ว ก็เจริญ
รุ่งเรืองไปด้วยโภคสมบัติและยศศักดิ์ เพราะมองเห็นโทษในกามทั้งหลาย
จึงละเพศฆราวาสบวช ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านได้ระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนได้กระทำแล้วในกาล
ก่อนได้ ด้วยปุพเพนิวาสญาณ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่อง
ราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า นคเร
ธญฺวติยา ดังนี้. คำว่า ธญฺวติยา นั้น มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่า ธัญญวดี
เพราะเป็นที่เกิดแห่งตระกูลขัตติยมหาศาล พราหมณมหาศาล และคหปติ-
มหาศาล มากมายหลายตระกูล ซึ่งล้วนแต่มีโชคมีบุญ, อีกอย่างหนึ่ง
ชื่อว่า ธัญญวดี เพราะเป็นแหล่งแห่งรัตนะ ๗ ประการ มีมุกดาและแก้ว
มณีเป็นต้น อันเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคชั้นดี ๗ อย่าง, อีกอย่างหนึ่ง