Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 920

เล่ม มมร. 71 หน้า 920 ข้อ 395
ได้วิชชา ๓ ถึงความเจริญ ทรงถึงเขตแดน เป็นผู้หนักใน ธรรม มีประโยชน์อันถึงแล้ว ทรงหว่านประโยชน์. ทรงยังสัตว์ให้ข้ามเปรียบเหมือนเรือ ทรงมีขุมทรัพย์ ทรงทำความเบาใจ ไม่ทรงครั่นคร้ามดังราชสีห์ ทรงฝึก พระองค์แล้ว เหมือนพญาคชสารอันฝึกแล้ว. ในกาลนั้น ครั้นเราสรรเสริญพระมหามุนี พระนามว่า ปทุมุตตระด้วยคาถา ๑๐ คาถา ถวายบังคมพระบาทพระศาสดา แล้ว ได้ยืนนั่งอยู่. พระศาสดาพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้รู้แจ้งโลก สมควร รับเครื่องบูชา ประทับอยู่ท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัสพระ- คาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดสรรเสริญศีล ปัญญา และธรรมของเรา เราจัก พยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกตลอดหกหมื่นกัป จักเสวย ความเป็นอิสระครอบงำเทวดาเหล่าอื่น. ภายหลัง อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว เขาจักออกบวชใน พระศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระนามว่าโคดม. ครั้นบวชแล้ว เว้นบาปกรรมด้วยภาย กำหนดรู้อาสวะ ทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะ นิพพาน. เมฆครางกระหึ่ม ย่อมยังพื้นดินนี้ให้อิ่ม ฉันใด ข้าแต่ พระมหาวีรเจ้า พระองค์ทรงยังข้าพระองค์ ให้อิ่มด้วยธรรม ฉันนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka