Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 71 หน้าที่ 937

เล่ม มมร. 71 หน้า 937 ข้อ 399
ชนเหล่านั้น ใครมิได้เชื้อเชิญให้มาก็มาจากปรโลกนั้นเอง ใครมิได้อนุญาตให้ไป ก็ไปจากมนุษยโลกนี้แล้ว เขามาแล้ว อย่างใด ก็ไปอย่างนั้น จะคร่ำครวญไปทำไมในการตาย ของเขานั้น. สัตว์มีเท้า เมื่อฝนตกลงมา เขาก็เข้าไปอาศัยในโรง เพราะฝนตก เมื่อฝนหายแล้ว เขาก็ไปตามปรารถนา ฉันใด มารดาบิดาของท่าน ก็ฉันนั้น จะคร่ำครวญไปทำไมในการตาย ของเขานั้น. แขกผู้จรมา เป็นผู้สั่นหวั่นไหว ฉันใด มารดาบิดาของ ท่าน ก็ฉันนั้น คร่ำครวญไปทำไมในการตายของเรานั้น. งูละคราบเก่าแล้ว ย่อมไปสู่กายเดิม ฉันใด มารดา บิดาของท่าน ก็ฉันนั้น จะคร่ำครวญไปทำไมในการตายของ เขานั้น. เราได้ฟังพระพุทธเจ้าตรัสแล้ว เว้นลูกศรคือความโศกได้ ยังความปราโมทย์ให้แล้ว ได้ถวายบังคมพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด. ครั้นถวายบังคมแล้ว ได้บูชาพระพุทธเจ้าผู้ล่วงพ้นภูเขา คือกิเลส เป็นพระมหานาค ทรงสมบูรณ์ด้วยกลิ่นหอมอัน เป็นทิพย์ พระนามว่า สุเมธ เป็นนายกของโลก. ครั้นบูชาพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ประนมกรอัญชลีขึ้นเหนือ เศียร อนุสรณ์ถึงคุณอันเลิศแล้ว ได้สรรเสริญพระองค์ผู้เป็น นายกของโลกว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka