Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 2

เล่ม มมร. 72 หน้า 2 ข้อ 1
ครั้งนั้น เราจับไม้กวาด กวาดอาศรม ปักไม้สี่อันทำเป็นมณฑป เราเอาดอกรังมานุงมณฑป เราเป็นผู้มีจิต เลื่อมใส โสมนัส ได้ถวายบังคมพระผู้นำโลกแล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สุเมธะ ที่ชนทั้งหลายกล่าวกันว่า มีพระปัญญาดังแผ่นดิน มีพระปัญญาดี ประทับนั่ง ณ ท่ามกลางพระภิกษุ สงฆ์ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ เทวดาทั้งปวงทราบว่าพระพุทธเจ้าจะ เปล่งวาจา จึงพากันมาประชุมด้วยคิดว่า พระพุทธ เจ้าผู้ประเสริฐสุด มีพระจักษุ จะทรงแสดงพระ ธรรมเทศนาโดยไม่ต้องสงสัย พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้สม- ควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งในหมู่เทวดา ได้ตรัส พระคาถาดังต่อไปนี้ ผู้ใดทรงมณฑป มีดอกรังเป็นเครื่องมุง แก่เราตลอด ๗ วัน เราพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้ง หลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้น เกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ จักเป็น ผู้มีผิวพรรณเหมือนทองคำ จักมีโภคทรัพย์ ล้นเหลือ บริโภคกาม ช้างมาตังคะ ๖ หมื่นเชือกประดับด้วย เครื่องอาภรณ์ทุกชนิด รัดปะคน และพานหน้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka