และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์
โดยคณนานับมิได้ เราเสวยบุญของตน ถึงความ
สุขในภพน้อยใหญ่
เราท่องเที่ยวไปในภพน้อยภพใหญ่ ก็ยัง
ระลึกได้ถึงสัญญานั้น บทอันไม่เคลื่อน คือ
นิพพาน เราหาได้แทงตลอดด้วยธรรมอันหนึ่งไม่
สมณะผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว นั่งในเรือนบิดา
เมื่อจะแสดงธรรมกถาท่านได้ยกอนิจจ-
ลักษณะขึ้นมาในธรรมกถานั้น
พร้อมกับที่ได้ฟังคาถาว่า สังขารทั้งหลาย
ไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป
เป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความที่
สังขารเหล่านั้นสงบระงับ เป็นความสุข ดังนี้
เราจึงนึกถึงสัญญาขึ้นได้ทุกอย่าง เรานั่ง
ณ อาสนะเดียว บรรลุอรหัตแล้ว
เราได้บรรลุอรหัต โดยเกิดได้ ๗ ปี พระ
พุทธเจ้าทรงให้เราอุปสมบทแล้ว นี้เป็นผลแห่ง
การฟังธรรม
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ฟังธรรมใด
ในกาลนั้น ด้วยการฟังธรรมนั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการฟังธรรม
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.