มากจนตลอดอายุ จุติจากอัตภาพนั้นแล้ว ได้บังเกิดในเทวโลก ได้เสวยสมบัติ
ในกามาวจร ๖ ชั้นในเทวโลกนั้นแล้ว. ก็ได้เสวยสมบัติมีจักรพรรดิสมบัติ
เป็นต้นในมนุษยโลกอีกหลายร้อยโกฏิกัป ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระ-
นามว่ากัสสปะ เขาได้บังเกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า
ปรินิพพานแล้ว จึงได้บวชแล้ว. เมื่อพระศาสนา เสื่อมสิ้นลง ภิกษุ ๗ รูป
มองเห็นความประพฤติผิดของบริษัท ๔ ถึงความสังเวชสลดจิต พากันเข้าไป
ป่า คิดว่า พวกเราจักกระทำที่พึ่งแก่ตนเองตลอดเวลาที่พระศาสนายังไม่เสื่อม
สิ้นไป จึงพากัน ไหว้พระสุวรรณเจดีย์แล้ว ได้มองเห็นภูเขาลูกหนึ่งในป่านั้น
จึงพูดขึ้นว่า ผู้มีความห่วงใยในชีวิต จงกลับไปเสีย ผู้ไม่ห่วงใยในชีวิต จงพา
กันขึ้นไปยังภูเขาลูกนี้เถิด แล้วจึงพาดพะอง ทั้งหมดพากันขึ้นไปยังภูเขาลูก
นั้นแล้ว ผลักพะองให้ตกไปแล้วต่างก็บำเพ็ญสมณธรรม. ในบรรดาภิกษุทั้ง
๗ รูปเหล่านั้น พระสังฆ์เถระได้บรรลุพระอรหัต โดยล่วงไปเพียงราตรีเดียว
เท่านั้น. พระเถระนั้นเคี้ยวไม้สีฟันชื่อนาคลดา ในสระอโนดาด ล้างหน้า
แล้ว นำเอาบิณฑบาตมาจากอุตตรกุรุทวีปแล้ว พูดกะภิกษุเหล่านั้นว่า ผู้มี
อายุ จงฉันบิณฑบาตนี้เถิด. ภิกษุเหล่านั้นพูดว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พวกเราได้
กระทำกติกาอย่างนี้ไว้แล้วหรือว่า รูปใดบรรลุพระอรหัตก่อน รูปที่เหลือ
จงบริโภคฉันบิณฑบาตที่รูปนั้นนำมาแล้ว. พระเถระถามว่า ผู้มีอายุ ข้อนั้น
มิใช่เป็นเช่นนั้น. ภิกษุเหล่านั้นกล่าวว่า ก็ถ้าว่าแม้พวกเราจักได้ทำคุณวิเศษ
ให้บังเกิดขึ้นได้เหมือนอย่างท่านไซร้ ตนเองก็จักนำมาบริโภคฉันเอง ดังนี้
จึงไม่ปรารถนาแล้ว.
ในวันที่ ๒ พระเถระรูปที่ ๒ ได้เป็นพระอนาคามี ได้นำเอาบิณฑบาต
มาแล้วอย่างนั้นเหมือนกันแล้ว นิมนต์ให้ภิกษุนอกนี้ฉัน ภิกษุเหล่านั้นกล่าว
แล้วอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ พวกเราได้ทำกติกากัน ไว้แล้วหรือว่า พวกเราจักไม่