Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 355

เล่ม มมร. 72 หน้า 355 ข้อ 134
เราได้ชมเชยพระสัมพุทธเจ้าด้วยคำกล่าว สดุดีมีอาทิอย่างนี้ แล้วได้กล่าวสรรเสริญพระคุณ อันใหญ่ จึงได้บรรลุคติของภิกษุผู้กล้าว่านักพูด ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีปฏิญาณ ไม่มีที่สิ้นสุดได้ตรัสว่า ผู้ใดเป็นผู้เลื่อมใสนิมนต์ พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยสาวก ให้ฉันสิ้น ๗ วัน ด้วยมือทั้งสองของตน และได้กล่าวสดุดีคุณของ เรา ปรารถนาตำแหน่งแห่งภิกษุผู้กล้ากว่านักพูด ในอนาคตกาล ผู้นั้นจักได้ตำแหน่งนี้ สมดังมโนรถปรารถนา เขาจักได้เสวยทิพยสมบัติ และมนุษย์สมบัติมีประมาณไม่น้อย ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระศาสดามี พระนามว่าโคดมซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกาก- ราช จักเสด็จอุบัติขึ้น พราหมณ์นี้จักได้เป็นธรรม ทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น จักเป็นโอรส อันธรรมเนรมิต จักเป็นสาวกของพระศาสดามี นามชื่อว่า วังคีสะ เราได้สดับพระพุทธพยากรณ์นั้นแล้วเป็น ผู้มีความเบิกบาน มีจิตประกอบด้วยเมตตา บำรุง พระพิชิตมารด้วยปัจจัยทั้งหลายในกาลครั้งนั้น จน ตราบเท่าสิ้นชีวิต
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka