Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 304

<< | หน้าที่ 304 | >>
[๑๐๕] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ชาวกรุงหงสวดี

ประชาชนสมมติว่าเป็นผู้ประเสริฐ

รู้แจ้งพระเวททุกคัมภีร์ มีนามว่าวังคีสะ

มีวาทะที่เป็นประโยชน์

[๑๐๖] ข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าพระมหาวีระพระองค์นั้น

สดับพระธรรมเทศนานั้นแล้ว

ได้ปีติอย่างประเสริฐ เป็นผู้ยินดีในคุณของสาวก

[๑๐๗] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ทูลนิมนต์พระสุคตผู้ทำสัตว์โลกให้เพลิดเพลิน

พร้อมทั้งพระสงฆ์ให้เสวยและฉันตลอด ๗ วันแล้ว

ให้ครองผ้าชุดใหม่

[๑๐๘] ข้าพเจ้าได้หมอบลงแทบพระบาทด้วยเศียรเกล้า

ได้โอกาสจึงยืนประนมมืออยู่ ณ ที่สมควร

เป็นผู้ร่าเริง กล่าวสดุดีพระชินเจ้าผู้สูงสุดว่า

[๑๐๙] ข้าแต่พระองค์ผู้มีวาทะที่เป็นประโยชน์

ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นพระฤาษีผู้ประเสริฐ

ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นผู้เลิศในโลกทั้งปวง

ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

ข้าแต่พระองค์ผู้ขจัดภัย ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

[๑๑๐] ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงย่ำยีมาร

ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงแสดงทิฏฐิ

ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์

ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงประทานสันติสุข


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka