จงพาบริวาร ๑,๐๐๐ คนไป นิมนต์พระทศพลมาในพระราชวังนี้เถิด ดังนี้
แล้ว จึงทรงส่งไปแล้ว. ก็อุทายีนั้น เมื่อจะไปจึงกราบทูลพระราชาว่า ข้าแต่
สมมุติเทพ ถ้าหากว่าข้าพระองค์จักได้บวชไซร้ ข้าพระองค์ก็จักนิมนต์
พระผู้มีพระภาคเจ้ามาในพระราชวังนี้ให้จงได้ ดังนี้แล้ว พระราชาตรัสว่า
แม้เจ้าบวชแล้ว จงชี้แจงกะบุตรของเราด้วย ดังนี้แล้ว เขาจึงไปยังพระนคร
ราชคฤห์ ในเวลาที่พระศาสดาทรงแสดงพระธรรมเทศนา จึงยืนอยู่ที่ท้ายบริษัท
ฟังธรรมแล้ว พร้อมกับบริวารได้บรรลุพระอรหัต ดำรงอยู่ในความเป็น
เอหิภิกษุแล้ว. ท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว คิดว่า รอก่อน เวลานี้ยังมิใช่เวลาที่
พระทศพลจะเสด็จไปยังพระนครตระกูลเดิม แต่เมื่อใกล้จะเข้าพรรษาจักเป็น
กาลที่ควรเสด็จไปได้ ตามภูมิภาคที่ดารดาษไปด้วยติณชาติอันเขียวชอุ่มตามที่
ภูเขาลำเนาไพร ดังนี้ เมื่อรอกาลเวลาอันควรเสด็จไป ถึงใกล้เข้าพรรษา
เข้ามา จึงพรรณนาถึงหนทางที่พระศาสดาจะเสด็จไปยังพระนครแห่งราชตระ-
กูล. สมจริงดังคำที่ท่านกล่าวไว้ในเถรคาถาว่า.
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ บัดนี้ หมู่ไม้
ทั้งหลายมีดอกและใบมีสีแดงดังถ่านเพลิง ผลิต
ผลผลัดใบเก่าร่วงหล่นไป หมู่ไม้เหล่านั้น งดงาม
รุ่งเรืองดั่งเปลวเพลิง ข้าแต่พระองค์ผู้มีความ
เพียรใหญ่ กาลนี้เป็นเวลาสมควรอนุเคราะห์หมู่
พระญาติ
ข้าแต่พระองค์ผู้แกล้วกล้า หมู่ไม้ทั้งหลาย
มีดอกบานงามดี น่ารื่นรมย์ใจ ส่งกลิ่นหอม
ฟุ้งตระหลบไปทั่วทิศโดยรอบด้าน ผลัดใบเก่า
ผลดอกออกผล เวลานี้เป็นเวลาสมควรจะหลีก