Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 383

เล่ม มมร. 72 หน้า 383 ข้อ 136
กาน้ำ หมู่ไก่ฟ้าเหล่นั้นพากันมีความเอื้อเฟื้อ ร้องเสียงอันไพเราะ บัดนี้เป็นเวลาที่พระองค์จะ ได้เห็นพระชนกแล้ว. หมู่นกสาลิกา หมู่นกแก้ว มีรูปงามวิจิตร มีเสียงไพเราะ พากันส่งเสียงร้องบนยอดไม้ ส่งเสียงร้องทั้งสองข้างทาง บัดนี้เป็นเวลาที่พระ- องค์จะได้เห็นพระชนกแล้ว. นกดุเหว่า ซึ่งล้วนแต่สวยวิจิตร มี สำเนียงเสียงไพเราะ ประเสริฐ เป็นที่อัศจรรย์ใจ แก่ปวงชน มีความกล้าหาญ ในการเป็นมิตร ร่วมกันเป็นต้น กำลังพากันบูชาอยู่ด้วยเสียง บัดนี้ เป็นเวลาที่พระองค์จะได้เห็นพระชนกแล้ว. พวกลูกช้าง นกเขา นกกระเด็น มีอยู่ บริบูรณ์ในป่าทุกเมื่อ พากันขับกล่อม มีความ สามัคคีซึ่งกันและกัน ขับร้องด้วยเสียงอันไพเราะ บัดนี้เป็นเวลาที่พระองค์จะได้เห็นพระชนกแล้ว. หมู่นกกระทา นกกระเต็น มีเสียงอัน ไพเราะ ไก่ป่าก็มีเสียงเพราะ น่ารื่นรมย์ใจ บัดนี้ เป็นเวลาที่พระองค์จะได้เห็นพระชนกแล้ว. มีสถานที่อันมั่นคง งดงามน่ารื่นรมย์ ดารดาษไปด้วยทรายสีขาว มีสระน้ำอันบริบูรณ์ ด้วยน้ำสะอาด สวยงามทุกเมื่อ ทุกชีวิตพากัน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka