Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 315

<< | หน้าที่ 315 | >>
[๑๘๑] ด้วยวิบากกรรมนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๘๒] บัดนี้ ภพนี้เป็นภพสุดท้าย

ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลมหาอำมาตย์

ในกรุงกบิลพัสดุ ที่น่ารื่นรมย์

พระเจ้าสุทโธทนะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน

[๑๘๓] ครั้งนั้น เจ้าชายสิทธัตถะผู้ทรงเป็นผู้องอาจกว่านรชน

ได้ประสูติแล้วที่สวนลุมพินี ที่รื่นรมย์

เพื่อเกื้อกูลและเพื่อความสุขแก่สัตว์โลกทั้งมวล

[๑๘๔] ข้าพเจ้าก็เกิดในวันนั้น

เติบโตพร้อมกับพระสิทธัตถราชกุมารนั้นแหละ

เป็นสหายที่รักเอ็นดู คุ้นเคย และฉลาดในทางนิติธรรม

[๑๘๕] พระสิทธัตถราชกุมารนั้นมีพระชนมายุ ๒๙ พรรษา

ได้เสด็จออกผนวช บำเพ็ญเพียรตลอด ๖ ปี

จึงได้เป็นพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ

[๑๘๖] พระองค์ทรงชนะมารพร้อมทั้งเสนามาร

ทรงข้ามห้วงน้ำคือภพได้แล้ว

ได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก

[๑๘๗] เสด็จไปยังป่าอิสิปตนะ ทรงแนะนำปัญจวัคคีย์

จากนั้น พระผู้มีพระภาคก็เสด็จไปในที่นั้น ๆ

ทรงแนะนำเวไนยสัตว์

[๑๘๘] พระชินเจ้าพระองค์นั้น เมื่อจะทรงแนะนำเวไนยสัตว์

เมื่อจะทรงสงเคราะห์หมู่มนุษย์พร้อมทั้งทวยเทพ

ได้เสด็จไปถึงภูเขาในแคว้นมคธแล้ว ประทับอยู่ในกาลนั้น


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka