โรงไฟมีเปลวไฟโพลงของทั้งสองฝ่าย ลุกโพลง
โชติช่วง ดุจแสงพระอาทิตย์. พวกชฎิลพากัน
พูดว่า ชาวเราเอ๋ย ! พระมหาสมณะ ผู้มีรูปงาม
ยิ่ง กำลังถูกนาคราชเบียดเบียนอยู่.
พอราตรีนั้นผ่านไป เปลวไฟของนาคราช
นั้นก็ถูกเบียดเบียน. ส่วนพระศาสดาก็คงทรงมี
พระฤทธิ์อยู่ เปลวไฟจึงมีวรรณะมากมายที่พระกายของ
พระอังคีรส. พระศาสดา ทรงให้นาคาราชขดลง
ในบาตรแล้ว แสดงแก่พราหมณ์ว่า กัสสปเอ่ย
นี่อย่างไร นาคราชของท่านถูกเราใช้เดชทำลาย
เดชของนาคราชนั้นแล้วแล.
ลำดับนั้นแล อุรุเวลกัสสปฎิล เลื่อมใสยิ่งแล้วในอิทธิปาฏิหาริย์
นี้ของพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงได้กราบทูลกะพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่
พระมหาสมณะ ขอพระองค์จงประทับอยู่ในที่นี้เท่านั้นเถิด ข้าพเจ้า จักถวาย
ภัตรเป็นประจำแก่พระองค์.
จบปาฏิหาริย์ครั้งแรก
ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ในราวป่าแห่งหนึ่ง
ซึ่งไม่ไกลจากอาศรมของอุรุเวลกัสสปชฎิลนัก. ลำดับนั้นแล ท้าวมหาราช