วัสสการพราหมณ์ ตำแหน่งมหาอำมาตย์ประจำแคว้นมคธ ได้มอง
เห็นสมบัติอันนั้นของอุตตระนั้นแล้ว จึงมีความประสงค์ที่จะยกธิดาของตน
มอบให้แก่เขา ได้ประกาศความประสงค์ของตนให้ทราบแล้ว. อุตตระนั้น
ปฏิเสธเรื่องผู้หญิง เพราะว่าเขาเป็นผู้มีอัธยาศัยเพื่อจะออกจากทุกข์ เข้าไปหา
พระธรรมเสนาบดีเป็นประจำตามการอันสมควร ได้ฟังธรรมในสำนักของ
ท่านแล้ว ได้มีศรัทธาบรรพชาแล้ว เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวัตรปฏิบัติ บำรุง
พระเถระเป็นประจำ.
ก็โดยสมัยนั้น อาพาธอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแก่พระเถระ อุตตรสามเณร
ประสงค์จะปรุงเภสัชถวายพระเถระ. รุ่งขึ้นเช้า จึงถือบาตรและจีวรออกจาก
วิหาร ในระหว่างหนทางได้วางบาตรไว้ใกล้สระน้ำแล้ว เข้าไปใกล้น้ำ ล้าง
หน้าอยู่. ครั้งนั้น โจรขุดอุโมงค์คนหนึ่ง ไปทำการลักขโมยมาแล้ว ถูก
พวกจำรวจติดตามไล่จับ ออกจากเมืองโดยถนนใหญ่ เมื่อจะหนีไป
ได้ใส่ห่อรัตนะที่ตนถือมาลงในบาตรของสามเณรแล้ว จึงหนีไป. แม้
สามเณร เข้าไปใกล้บาตรแล้ว. พวกตำรวจติดตามโจรไป มองเห็นห่อ
ของในบาตรของสามเณรเข้าใจผิดว่า ผู้นี้ เป็นโจร, ผู้นี้ได้กระทำโจรกรรม
แล้ว. ดังนี้แล้ว จึงผูกแขนสามเณรไพล่หลัง นำไปแสดงแก่ท่านวัสสการ-
พราหมณ์. ก็ในครั้งนั้น ท่านวัสสการพราหมณ์เป็นผู้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา
ประจำพระราชสำนัก ย่อมตัดสินการตัดและการทำลายได้. ท่านวสัสการ-
พราหมณ์กล่าวว่า ครั้งก่อน ท่านไม่เชื่อถ้อยคำเรา. ไปบวชในหมู่ผู้ประพฤติ
นอกรีตนอกรอยจากทางที่บริสุทธิ์ ดังนี้ ไม่ยอมชำระคดีให้ขาวสะอาด ใคร่