พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สูงสุดกว่าฤาษี ได้
ทรงประคองพระธาตุเหล่านั้นด้วยฝ่าพระหัตถ์แล้ว
ตรัสว่า เพราะสังขารเป็นสภาพไม่เที่ยง พระ-
โคตมีผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่พระภิกษุณีจึงต้องนิพพาน
เช่นเดียวกับลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ที่มีแก่นตั้งอยู่
ถึงจะใหญ่ก็ต้องพินาศ ฉะนั้น.
ดูเถอะอานนท์ เมื่อพระพุทธมารดาแม้
นิพพานแล้ว เพียงแต่สรีระก็ยังไม่เหลือ ไม่น่า
เศร้าโศกปริเทวนาการไปเลย
คนอื่น ๆ ไม่ควรเศร้าโศกถึงพระนางผู้
ข้ามสาครคือสังขารไปแล้ว ละเว้นเหตุอันทำให้
เดือดร้อนเสียได้ เป็นผู้เยือกเย็นดับสนิทดีแล้ว
พระนางเป็นบัณฑิต มีปัญญามาก และ
มีปัญญากว้างขวาง ทั้งเป็นผู้รู้ราตรีนานกว่า
ภิกษุณีทั้งหลาย
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จงรู้ไว้อย่างนี้เถิด
พระโคตมรเถรีเจ้า เป็นผู้ชำนาญในทิพโสต-
ธาตุ และมีความชำนาญในเจโตปริยญาณ รู้ทั่ว
ถึงปุพเพนิวาสญาณ ชำระทิพยจักษุให้หมดจด
อาสวะทั้งสิ้นของพระนางหมดสิ้นไปแล้ว บัดนี้
ภพใหม่ไม่มีอีก