Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 12

เล่ม มมร. 73 หน้า 12 ข้อ 1
ท่านพระอุบาลี อันพระศาสดาทรงยกย่องสถา- ปนาเป็นเอตทัคคะในวินัย ผู้ฉลาดในอาบัติ อนาบัติ อาบัติอย่างนี้ยังแก้ไขได้. ท่านผู้แสวงหาคุณ ปรากฏชื่อว่า ปุณณะ บุตร พราหมณีชื่อมันตานี ผู้แทงตลอดอรรถะอันสุขุมลุ่มลึก ผู้เลิศกว่าภิกษุผู้เป็นธรรมกถึก พร้อมคณะ. พระมหาวีระมุนี ผู้ฉลาดในข้ออุปมา ผู้ตัดความ สงสัยได้ ทรงทราบจิตใจของภิกษุเหล่านั้น จึงตรัส คุณของพระองค์ว่า อสงไขย ที่มีเบื้องปลายอันใคร ๆ ตามไปไม่รู้ มี ๔ คือ หมู่สัตว์ ๑ อากาศ ๑ จักรวาลที่ไม่มีที่สุด ๑ พระพุทธญาณ ที่ประมาณมิได้ อสงไขยเหล่านั้น ใคร ๆ ก็ไม่อาจรู้ได้. การทำฤทธิ์ต่างๆ ของเราจะอัศจรรย์อะไรในโลก ความอัศจรรย์อื่นๆ ที่ไม่เคยมี น่าขนลุกขนชัน ยังมี มาก. กาลใด เรามีชื่อว่า ท้าวสันดุสิต ในหมู่เทพ ชั้นดุสิต กาลนั้น เทวดาหมื่นโลกธาตุ ประชุมกัน ประคองอัญชลีอ้อนวอนเราว่า ข้าแต่พระมหาวีระ นี้ เป็นกาลสมควรสำหรับพระองค์ ที่จะเสด็จไปอุบัติใน พระครรภ์ของพระมารดา เมื่อจะยังโลกพร้อมทั้งเทว- โลก ให้ข้ามโอฆสงสาร ขอโปรดจงตรัสรู้อมตบทเถิด. กาลใด เราจุติจากหมู่เทพชั้นดุสิต ก้าวลงใน พระครรภ์ กาลนั้น พระธรณีในหมื่นโลกธาตุก็ไหว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka