Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 278

เล่ม มมร. 73 หน้า 278 ข้อ 2
ดวงอาทิตย์พ้นจากราหูแล้ว ย่อมรุ่งโรจน์ด้วย แสง ฉันใด ท่านพ้นจากโลกแล้ว ก็จงรุ่งโรจน์ด้วย สิริ ฉันนั้นเหมือนกันเถิด. แม่น้ำทุกสาย ย่อมชุมนุมไหลสู่มหาสมุทร ฉัน ใด โลกพร้อมทั้งเทวโลกขอจงชุมนุมกันยังสำนักของ ท่าน ฉันนั้นเถิด. ครั้งนั้น อุบาสกชาวรัมมนครเหล่านั้นให้พระ โลกนาถพร้อมทั้งพระสงฆ์เสวยแล้ว ก็ถึงพระทีปังกร ศาสดาพระองค์นั้นเป็นสรณะ. พระตถาคตทรงยังบางคนให้ตั้งอยู่ ในสรณคมน์ บางคนตั้งอยู่ในศีล ๕ บางคนตั้งอยู่ในศีล ๑๐. พระองค์ประทานสามัญผลอันสูงสุด แก่บางคน ประทานปฏิสัมภิทา ในธรรมที่ไม่มีธรรมอื่นเสมอแก่ บางคน. พระนราสภ ประทานสมาบัติ ๘ อันประเสริฐแก่ บางคน ทรงประทานวิชชา ๓ อภิญญา ๖ แก่บางคน. พระมหามุนี ทรงสั่งสอนหมู่ชน โดยนัยนั้น เพราะพระโอวาทนั้น ศาสนาของพระโลกนาถจึงได้ แผ่ไปอย่างกว้างขวาง. พระพุทธเจ้ามีพระนามว่าทีปังกร ผู้มีพระหนุ ใหญ่ มีพระวรกายงาม ทรงยังชนเป็นอันมากให้ข้าม โอฆสงสาร ทรงเปลื้องมหาชนเสียจากทุคติ. พระมหามุนี ทรงเห็นชนผู้ควรจะตรัสรู้ได้ไกล ถึงแสนโยชน์ ในทันใด ก็เสด็จเข้าไปหา ทรงยังเขา ให้ตรัสรู้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka