Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 353

เล่ม มมร. 73 หน้า 353 ข้อ 4
ตถาคตออกอภิเนษกรมณ์ จากกรุงกบิลพัศดุ์แล้ว ตั้งความเพียรกระทำทุกกรกิริยาแล้ว ฯลฯ พวกเราจัก อยู่ต่อหน้าของท่านผู้นี้. เราฟังพระดำรัสของ พระมงคลพุทธเจ้านั้นแล้ว ก็ยังจิตให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นไป แล้วอธิษฐาน ข้อวัตรยิ่ง ขึ้น เพื่อบำเพ็ญบารมีให้สมบูรณ์. ครั้งนั้น เราเพิ่มพูนปีติ เพื่อบรรลุพระสัมโพธิ- ญาณอันประเสริฐ ก็ถวายเคหะของเราแด่พระพุทธเจ้า แล้วบวชในสำนักของพระองค์. เราเล่าเรียนพระสูตร พระวินัย และนวังคสัตถุ- ศาสน์ทั้งหมด ยังศาสนาพระชินเจ้าให้งดงาม เราอยู่ในพระศาสนานั้น อย่างไม่ประมาท เจริญ พรหมวิหารภาวนา ก็ถึงฝั่งอภิญญา เข้าถึงพรหมโลก แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คนฺธมาเลน ได้แก่ ด้วยของหอมและ ดอกไม้. คำว่า ควปานะ นี้ได้กล่าวมาแล้ว. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ฆตปาเนน ดังนี้ก็มี. บทว่า ตปฺปยึ แปลว่า ให้อิ่มหนำสำราญแล้ว. บทว่า อุตฺตรึปิ วตมธิฏฺสึ ได้แก่ อธิษฐานข้อวัตร ยวดยิ่งขึ้น. บทว่า ทสปารมิ- ปูริยา ได้แก่ เพื่อทำบารมี ๑๐ ให้เต็ม. บทว่า ปีตึ ได้แก่ ความยินดีแห่ง ใจ. บทว่า อนุพฺรูหนฺโต ได้แก่ ให้เจริญ. บทว่า สมฺโพธิวรปตฺติยา ได้แก่ เพื่อบรรลุความเป็นพระพุทธเจ้า. บทว่า พุทฺเธ ทตฺวาน ได้แก่ บริจาคแด่พระพุทธเจ้า. บทว่า มํ เคหํ ความว่า บริจาคเคหะคือสมบัติ ๑. ดูความพิศดารในวงศ์พระสุมนพุทธเจ้าที่ ๔ หน้า ๓๕๘.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka