Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 354

เล่ม มมร. 73 หน้า 354 ข้อ 4
ทุกอย่างของเรา แด่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เพื่อเป็นปัจจัย ๔. บทว่า ตตฺถ ได้แก่ ในพระพุทธศาสนานั้น. บทว่า พฺรหฺมํ ได้แก่ เจริญพรหมวิหาร ภาวนา. ก็พระผู้มีพระภาคมงคลพุทธเจ้า มีพระนคร ชื่อว่า อุตตรนคร แม้พระชนกของพระองค์เป็นกษัตริย์ พระนามว่า พระเจ้าอุตตระ แม้ พระชนนีพระนามว่า พระนางอุตตระ คู่พระอัครสาวก ชื่อว่า พระสุเทวะ และ พระธรรมเสนะ มีพระพุทธอุปัฏฐาก ชื่อว่า พระปาลิตะ มีคู่พระ- อัครสาวิกา ชื่อว่า พระสีวลา และ พระอโสกา ต้นไม้ที่ตรัสรู้ ชื่อต้นนาคะ [กากะทิง] พระสรีระสูง ๘๘ ศอก พระชนมายุประมาณเก้าหมื่นปี ส่วนพระ- ชายาพระนามว่า ยสวดี พระโอรสพระนามว่า สีวละ เสด็จอภิเนษกรมณ์ โดยยานคือ ม้า ประทับ ณ พระวิหาร อุตตราราม อุปัฏฐากชื่อ อุตตระ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ดำรงพระชนม์อยู่เก้าหมื่นปีก็เสด็จดับขันธ- ปรินิพพาน. หมื่นจักรวาลก็มืดลงพร้อมกัน โดยเหตุอย่างเดียวเท่านั้น มนุษย์ ทุกจักรวาล ก็พากันร่ำไห้คร่ำครวญเป็นการใหญ่ ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า พระมงคลพุทธเจ้า ผู้แสวงคุณยิ่งใหญ่ ทรงมี นคร ชื่ออุตตรนคร มีพระชนกพระนามว่า พระเจ้า อุตตระ พระชนนีพระนามว่า พระนางอุตตรา. มีคู่พระอัครสาวก ชื่อว่า พระสุเทวะ พระ- ธรรมเสนะ มีพระพุทธอุปัฏฐาก ชื่อว่า พระปาลิตะ. มีคู่พระอัครสาวิกา ชื่อพระสีวลา และพระ อโสกา ต้นไม้ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เรียก ว่าต้นนาคะ. พระมหามุนี สูง ๘๘ ศอก พระรัศมีแล่นออก จากพระสรีระนั้นหลายแสน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka