Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 469

เล่ม มมร. 73 หน้า 469 ข้อ 11
สมัยต่อมา พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยังมหาชนให้ร้อน ด้วยความร้อน ในนรก ทรงแสดงธรรมในสมาคมของสรทดาบส ทรงยังหมู่สัตว์นับได้สาม ล้านเจ็ดแสน ให้ดื่มอมตธรรม ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า ต่อจากนั้น เมื่อทรงหลั่งฝนธรรม ให้สัตว์ทั้ง หลายเอิบอิ่ม อภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์สามล้าน เจ็ดแสน. ก็ครั้ง พระเจ้าอานันทมหาราช ปรากฏพระองค์ในกรุงมิถิลา ใน สำนักของพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยบุรุษ [ทหาร] สองหมื่น และอมาตย์ยี่สิบคน. พระผู้มีพระภาคเจ้าปทุมุตตระ ทรงให้ชนเหล่านั้นบวช ด้วยเอหิภิกขุบรรพชาทุกคน อันชนเหล่านั้นแวดล้อมแล้ว เสด็จไปทำการ สงเคราะห์พระชนก ประทับอยู่ ณ กรุงหังสวดี ราชธานี ในที่นั้น พระองค์ เสด็จจงกรม ณ รัตนจงกรม ในท้องนภากาศ ตรัสพุทธวงศ์เหมือนพระผู้มีพระ- ภาคเจ้าของเรา ในกรุงกบิลพัสดุ์ ครั้งนั้นธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์ ห้าล้าน ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า ครั้งพระมหาวีระ เข้าไปโปรดพระเจ้าอานันทะ เสด็จเข้าไปใกล้พระชนก ทรงลั่นอมตเภรี. เมื่อทรงลั่นอมตเภรีแล้ว ทรงหลั่งฝนคือ ธรรม อภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์ห้าล้าน. แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อานนฺทํ อุปสงฺกมิ ตรัสหมายถึง พระเจ้าอานันทะ พระชนก. บทว่า อาหนิ แปลว่า ลั่น (ตี). บทว่า อาหเต ก็คือ อาหตาย ทรงลั่นแล้ว. บทว่า อมตเภริมฺหิ ก็คือ อมตเภริยา เมื่อ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka