กลองอมตะ พึงเห็นว่าเป็นลิงควิปลาส ปาฐะว่า อาเสวิเต ดังนี้ก็มี ปาฐะ
นั้น มีความว่า อาเสวิตาย อันเขาซ่องเสพแล้ว. บทว่า วสฺสนฺเต
ธมฺมวุฏฺิยา ความว่า หลั่งฝนคือธรรม บัดนี้ เมื่อทรงแสดงอุบายเพื่อกระ
ทำอภิสมัยจึงตรัสว่า ะ
พระพุทธเจ้าผู้ทรงฉลาดในเทศนา ทรงสั่งสอน
ให้สัตว์เข้าใจ ให้สัตว์ทั้งหลายข้าม ทรงยังหมู่ชนเป็น
อันมากให้ข้ามโอฆสงสาร.
แก้อรรถ
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โอวาทกะ ได้แก่ ชื่อว่า โอวาทกะ
เพราะสั่งสอนด้วยพรรณนาคุณานิสงส์ของสรณะและการสมาทานศีล และธุดงค์.
บทว่า วิญฺาปโก ได้แก่ ชื่อว่า วิญญาปกะ เพราะให้เขารู้สัจจะ ๔ คือ
ให้เขาตรัสรู้. บทว่า ตารโก ได้แก่ ให้ข้ามโอฆะ ๔.
ครั้งนั้น พระศาสดาทรงมีพระพักตร์เสมือนจันทร์เพ็ญในวันเพ็ญ
มาฆบูรณมี ทรงยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง ท่ามกลางภิกษุแสนโกฏิ ณ มิถิลา
ราชอุทยาน กรุงมิถิลา นั้นเป็นสันนิบาตครั้งที่ ๑ ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า
พระศาสดาปทุมุตตระ ทรงมีสันนิบาตประชุม
สาวก ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ เป็นการประชุมสาวกแสน
โกฏิ.
ครั้ง พระผู้มีพระภาคเจ้า จำพรรษา ณ ยอดเวภารบรรพต ทรงแสดง
ธรรมโปรดมหาชนที่มาชมบรรพต ทรงยังชนเก้าหมื่นโกฏิให้บวชด้วยเอหิภิกขุ
บรรพชา อันภิกษุเหล่านั้นแวดล้อมแล้ว ทรงยกปาติโมกข์ขึ้นแสดง นั้นเป็น
สันนิบาตครั้งที่ ๒. ด้วยเหตุนั้น จึงตรัสว่า